Zoning by Agri-Map
16 เม.ย. 2560
1,867
.
 

 

ความเป็นมา

        ภาคการเกษตรของประเทศไทยประสบปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำต้นทุนการผลิตสูง สินค้าล้นตลาดในบางช่วง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสะสมมาเป็นเวลานาน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงดำเนินโครงการการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) ภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขัน/ยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตรยั่งยืน

วัตถุประสงค์

        กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำ Agri-Map เพื่อจัดทำแผนที่สำหรับบริหารจัดการเกษตรไทย โดยข้อมูลที่นำเข้าจะประกอบด้วย ข้อมูลด้านการเกษตรและด้านการพาณิชย์

        ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การวิเคราะห์จำเป็นต้องคำนึงถึงสมดุลของทรัพยากรการผลิต (ดิน น้ำ พืช) ผลผลิต อุปสงค์ และอุปทาน

        รวมทั้งปัจจัยการผลิต จึงจะทำให้สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสามารถคาดการณ์ในอนาคตได้

        โดยเฉพาะหากเกษตรกรมีการเปลี่ยนแปลงการปลูกพืช ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์นั้นๆ

เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินการ

        ปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมให้ทำกิจกรรมที่เหมาะสม จำนวน 6 ล้านไร่ ในระยะเวลา 20 ปี (2560-2579) โดยในระยะ 5 ปี (2560-2564) มีเป้าหมายในจำนวน 1.5 ล้านไร่ และในปี 2560 มีเป้าหมายจำนวน 3 แสนไร่

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

        เป็นการปรับเปลี่ยนให้การใช้พื้นที่เกษตรกรรมเกิดประโยชน์มากขึ้น มีการผลิตสินค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง และเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การดำเนินงาน

Q & A
1. Q: ทำ Zoning แล้วจะได้ประโยชน์อะไร
  A: เป็นการปรับเปลี่ยนให้การใช้พื้นที่เกษตรกรรมเกิดประโยชน์มากขึ้น มีการผลิตสินค้าที่ เหมาะสมกับพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง และเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมาก ขึ้น นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2. Q: การทำ Zoning ปฏิบัติได้จริงหรือไม่
  A: สามารถปฏิบัติได้จริงภายใต้โครงการการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นการ บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร โดยใช้ Agri-Map เป็นเครื่องมือ และเชื่อมโยงกับอีก 12 แผนงานตามแนวทางการยกกระดาษ A4 ของ รมว.กษ. ซึ่งเป็นการบูรณาการในระดับนโยบายโดยมีเป้าหมายปลายทางเดียวกัน
3. Q: Agri-Map คืออะไร และใช้งานอย่างไร
  A: Agri-Map คือ แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกออนไลน์ โดยบูรณาการข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการการเกษตรไทยอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ มีการปรับข้อมูลให้ทันสมัย และพัฒนาเพิ่มความสะดวกการใช้งานให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลโดยง่าย พร้อมกับสามารถติดตามข้อมูลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องและรอบด้าน ครอบคลุมการนำไปใช้ประโยชน์ทุกด้านที่สำคัญเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับ ข้อมูลด้านการเกษตร ซึ่งสามารถตอบโจทย์การช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไทย ในรายพื้นที่ได้เป็นอย่างดี Agri-Map ใช้งานบนคอมพิวเตอร์หรือ แท็บเล็ต ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเข้าใช้งาน ผ่านหน้าเว็บไซต์ของ กษ หรือ URL:http://agri-map-online.moac.go.th/ ซึ่งจะมีเอกสารคู่มือการใช้ให้ศึกษาและสามารถดาวน์โหลดได้ในหน้าเว็บไซน์ดังกล่าว
4. Q: อะไรเป็นตัวกำหนด Zoning และระดับความเหมาะสม S1, S2, S3 และ N
  A: ใช้เกณฑ์หลัก 2 ด้าน คือ

1) ด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อมูลจากแผนที่ต่างๆ ได้แก่ แผนที่ดิน สภาพการใช้ที่ดิน เขตเส้นฝน เขตป่าตามกฎหมาย เขตปฏิรูปที่ดิน นิคมสหกรณ์การเกษตร เขตชลประทาน และขอบเขตการปกครอง

2) ด้านปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ ความเข้มของแสงอาทิตย์ อุณหภูมิ ธาตุ อาหารในดิน ความเค็ม ความเป็นกรด-ด่างของดิน และความเสียหายจากการเกิดน้ำท่วม เป็นต้น

ปัจจัยหลักทั้ง 2 ปัจจยั นำมาพิจารณากำหนดระดับความเหมาะสมในการผลิตสินค้า เกษตร 4 ระดับ ได้แก่

S1 เหมาะสมสูง - ไม่มีข้อจำกัดในการปลูก

S2 เหมาะสมปานกลาง - มีข้อจำกัดเล็กน้อยแก้ไขได้

S3 เหมาะสมเล็กน้อย - มีข้อจำกัดที่แก้ไขได้ยาก ต้องลงทุนสูง

N ไม่เหมาะสม - มีข้อจำกัดที่แก้ไขไม่ได้ หรือต้องลงทุนสูงมาก

5. Q: ในระดับภูมิภาค หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนดพื้นที่เป้าหมาย
  A: ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกำหนดพื้นที่เป้าหมายภายใต้ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (SC) โดยมีกรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลความเหมาะสมของพื้นที่
6. Q: จะกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการปรับเปลี่ยน ได้อย่างไร
  A: ใช้ Agri-Map เป็นเครื่องมือ ในการค้นหาพื้นที่ที่ผลิตสินค้าเกษตรไม่เหมาะสม โดย แบ่งเป็น 2 ระดับ

ระดับนโยบาย

1) กำหนดเป้าหมายและแผนงานปรับเปลี่ยน

2) วางแผนการปรับเปลี่ยนในพื้นที่เป้าหมาย

ระดับปฏิบัติ

1) คัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

2) ประชาคม และจัดเวทีชุมชน อบรมชี้แจงทำความเข้าใจ

3) สำรวจพื้นที่จริงและความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง

4) ดำเนินการปรับเปลี่ยนและบูรณาการกิจกรรมร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

7. Q: จะจูงใจเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนการผลิตให้เหมาะสม ได้อย่างไร
  A: โดยประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบ มีการจัดเวทีประชาคม “การปรับเปลี่ยน กิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม” เพื่อให้ ความรู้แก่เกษตรกรถึงผลเสียจากการทำการเกษตรในพื้นที่ไม่เหมาะสม และผลตอบแทนที่ จะได้จากการปรับเปลี่ยนมาผลิตสินค้าที่เหมาะสมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการ ปรับเปลี่ยนร่วมกันพิจารณากิจกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรในแต่ละรายและ เสนอทางเลือกในการปรับเปลี่ยนร่วมกันเพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการปรับเปลี่ยนที่หลากหลายกว่าการเสนอทางเลือกเพียงหน่วยงานเดียว