เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน
16 เม.ย. 2560
2,121
.
 
ความเป็นมา

        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน ทรงคิดค้นเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมที่ไม่ได้ผลในเขตแห้งแล้งขาดแคลนน้ำในการเกษตร โดยเฉพาะการประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการขาดแคลนน้ำ กรณีฝนทิ้งช่วง และปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอในการเพาะปลูก

        กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย จึงได้จัดทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีความสมัครใจจาก 882 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 70,000 ราย ได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างเหมาะสม ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของเกษตรกรตามภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งหวังจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ อันเกิดจากการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน โดยการสร้างอาชีพอย่างเหมาะสมกับทรัพยากร และปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

วัตถุประสงค์

        เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร นำแนวทางทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรในพื้นทีของตนเองตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับพื้นที่ของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือน และมีรายได้เสริม

เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินการ

คัดเลือกเกษตรกรที่มีความสมัครใจ และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพื้นที่ 882 อำเภอ จำนวน 70,000 ราย

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1) เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้นำไปปฏิบัติจริงอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย
2) เกษตรกรได้รับความรู้ สามารถปรับเปลี่ยนแนวคิด และรูปแบบในการทำมาหากิน การประกอบอาชีพให้มีศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง โดยสามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับตนเอง และครอบครัว

 

การดำเนินงาน

"5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฏีใหม่ ถวายในหลวง"

รายการคนหลังข่าว : 5 ประสาน สืบสาน เกษตรทฤษฎีใหม่
ออกอากาศเมื่อ 17 มีนาคม 2560 ทางทีวีช่อง 16 TNN

Q & A
1. Q: เกษตรทฤษฎีใหม่ คืออะไร
  A: คือ ระบบการเกษตรที่เน้นการจัดสรรทรัพยากรน้ำในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ในการเพาะปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก ที่มีเหลือจึงขาย มีการสร้างผลผลิตอาหารที่เพียงพอ และสร้างการผลิตที่หลากหลายสำหรับแหล่งรายได้ที่มั่นคงของครัวเรือน สร้างความมั่นคงด้านอาหาร เกิดการพึ่งพาตนเอง และลดการพึ่งพาจากภายนอก การทำเกษตรทฤษฎีใหม่จะเน้นสำหรับเกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่ทำกินน้อย มีแหล่งน้ำในไร่นาไว้ใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร
2. Q: เกษตรผสมผสาน คืออะไร
  A: คือ ระบบเกษตรที่มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน โดยมีกิจกรรมแต่ละชนิดเกื้อกูลประโยชน์ต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ในไร่นาได้อย่างเหมาะสมเกิดประโยชน์สูงสุด มีความสมดุลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเกิดการเพิ่มพูนความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ การเกื้อกูลกันระหว่างพืชและสัตว์เศรษฐกิจและผลพลอยได้จากการปลูกพืชจะเป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์ และผลที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์จะเป็นประโยชน์ต่อพืช
3. Q: เกษตรกรจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรจึงจะสมัครเข้าร่วมโครงการได้
  A: 1) ไม่เคยดำเนินกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ที่เป็นทางการมาก่อน (Start Zero)

2) มีที่ดินเป็นของตนเองและมีเอกสารสิทธิ์ที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีเป็น ที่ดินเช่า ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน

3) มีสระน้ำ บ่อน้ำ บ่อบาดาล หรือแหล่งน้ำใช้อื่นที่เพียงพอต่อการทำการเกษตร หากไม่มีบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำใช้อื่น แต่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการให้เข้ามาแสดงความประสงค์เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการดำเนินการระยะต่อไป

4) มีแรงงานในครัวเรือนเพียงพอ เหมาะสมกับพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่

5) สมัครใจเข้าร่วมโครงการ และยินดีทำเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างต่อเนื่อง

4. Q: เกษตรกรจะได้อะไรจากโครงการ
  A: 1) ได้รับความรู้ ความเข้าใจในหลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่/เกษตรผสมผสาน โดยการส่งเสริม ให้คำแนะนำ ติดตามเยี่ยมเยียน จากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ปราชญ์เกษตร/เกษตรกรต้นแบบ/ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร/ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน

2) ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเบื้องต้นในการทำกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ (พันธุ์ไม้ผล เมล็ดพันธุ์ผัก ต้นพันธุ์หม่อน สัตว์ปีก และปลากินพืช เป็นต้น)

3) เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง โดยการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และพัฒนาคุณภาพ ชีวิตให้กับตนเองและครอบครัวจากการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ได้

5. Q: มีใครบ้าง และ ต้องทำอะไร หลังเข้าร่วมโครงการ
  A: 1) เกษตรกร : ในช่วงแรกให้ทำกิจกรรมการเกษตรที่ตนเองถนัดก่อน 1 อย่าง โดยเป็น กิจกรรมที่ทำได้ง่าย ลงทุนน้อย และมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต (ให้เหมาะสม กับฐานะ ของเกษตรกร) จากนั้นจึงลองทำกิจกรรมอย่างที่ 2 และ 3 ขยายผลต่อไป โดยเกษตรกรจะต้องจัดทำบัญชีฟาร์มควบคู่ไปด้วย หลังจากนั้นจึงจะขยายผลไปสู่การทำเกษตรทฤษฎี ใหม่เต็มรูปแบบ และเป็นเกษตรกรต้นแบบ/ปราชญ์ต่อไป

2) ภาครัฐ : สำรวจความต้องการของเกษตรกร ประสานขอรับการสนับสนุนตามความต้องการของเกษตรกร ประสานหน่วยงานให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทุกขั้นตอน ประเมินผล/ประมวลผล เปรียบเทียบผลก่อนหลังดำเนินการ ติดตามเยี่ยมเยียน แก้ปัญหา และสนับสนุนปัจจัยการผลิตตามความเหมาะสม รวมถึงแนะนำเกษตรกรให้ทำบัญชี

3) ปราชญ์เกษตร/เกษตรกรต้นแบบ/ศพก./ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง : มีเป้าหมายรับผิดชอบเกษตรกร ในอัตรา 1 : 3-5 (ไม่เกิน 10 ราย) โดยทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำของเกษตรกรเป้าหมายเพื่อให้ระเบิดความ ตั้งใจจากข้างใน และให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา เยี่ยมเยียนเกษตรกร สร้างเกษตรกรต้นกำเนิด สร้างทายาทเกษตรกรที่แตก Cell ใหม่

4) ภาคเอกชน : ทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้ เทคนิค/วิชาการ ให้คำแนะนำ ติดตาม เยี่ยมเยียน สนับสนุนปัจจัยการผลิต/ค่าใช้จ่ายอื่นให้กับเกษตรกร โดยพิจารณาเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานของปราชญ์เกษตร/ เกษตรกรต้นแบบ รวมถึงจัดหาตลาดเพื่อจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร

5) สถาบันการศึกษา : ทำหน้าที่สนับสนุนเทคนิค/วิชาการ ให้นักศึกษาเป็นผู้ช่วย ปราชญ์เกษตรและลงมือช่วยเกษตรกร/เรียนรู้ร่วมกันกับเกษตรกร รวมถึงจัดหาตลาดเพื่อจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร

6. Q: ติดต่อเข้าร่วมโครงการได้ที่ไหน
  A: สมัครได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่อยู่ในพื้นที่ หรือ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด