มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร
16 เม.ย. 2560
1,303
.
  ค้นหาข้อมูล แปลง GAP
 
 

 

วัตถุประสงค์

เพื่อดำเนินการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารให้ได้มาตรฐานสากล

การดำเนินงาน

มี 4 งานหลัก และ 1 งานสนับสนุน ดังนี้

1) การกำหนดมาตรฐาน มีการคัดเลือกสินค้าที่จะกำหนดมาตรฐาน เน้นสินค้าเศรษฐกิจ/สินค้าใหม่มีศักยภาพ ทบทวนให้ทันสมัยตามสากล ตามทิศทางของตลาดเพื่อแก้ไขการกีดกันทางการค้า แล้วยกร่างมาตรฐาน ระดมความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นาเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา นาเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบ และประกาศใช้มาตรฐาน ดำเนินการโดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอกชน และเกษตรกร เป้าหมาย 20 เรื่อง/ปี เป็นมาตรฐานสมัครใจ 18 เรื่อง มาตรฐานบังคับ 2 เรื่อง

2) การตรวจสอบรับรองมาตรฐาน โดยตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มทั้งรายเก่าและรายใหม่ ขยายผลการตรวจรับรองในรูปแบบแบบกลุ่มที่เข้มแข็งในสินค้าข้าว เป้าหมายเพิ่มขึ้น 20 % ต่อปี การตรวจรับรองสถานประกอบการและโรงงาน และผลักดันการถ่ายโอนการตรวจรับรองให้เอกชนที่ได้มาตรฐาน เป้าหมายเพิ่มขึ้น 5 % ต่อปี การตรวจสอบรับรองการส่งออกด้าน พืช ปศุสัตว์ ประมง ความ ปลอดภัยอาหารและถ่ายโอนโดยใช้ใบรายงานจากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เป้าหมายเพิ่ม 3-5 % ต่อปี และขยายขอบข่ายและเพิ่มจำนวนหน่วยตรวจ (IB) และหน่วยรับรอง (CB) ให้ตรวจ/รับรองได้กว้างขวางขึ้น เป้าหมายเพิ่ม 3 แห่งต่อปี ดำเนินการโดย มกอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3) การกำกับ/ควบคุมมาตรฐานบังคับ/การบังคับใช้กฎหมาย โดยเตรียมวางระบบควบคุมมาตรฐานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการผู้ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน การออกใบอนุญาต รวมทั้งใบรับรองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดตามผลและสรุปประเด็นปัญหาสำหรับมาตรฐานที่บังคับใช้แล้ว และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพมาตรฐาน เป้าหมายบังคับใช้กฎหมาย 4 เรื่อง

4) การส่งเสริมมาตรฐาน โดยให้ความรู้ด้านมาตรฐานโดยการจัดทำสื่อ/คู่มือประชาชนด้านมาตรฐาน เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกร/ผู้ประกอบการ การพัฒนาที่ปรึกษาเกษตรกรโดยการอบรมเจ้าหน้าที่ให้เป็นที่ปรึกษาเกษตรกรด้านมาตรฐาน และฝึกการตรวจประเมินเบื้องต้นในแปลงเกษตรกร และพัฒนาผู้ตรวจประเมินจากหน่วยงานที่รับผิดชอบภาครัฐและเอกชนเพื่อยกระดับการตรวจรับรอง เป้าหมายเกษตรกร/เจ้าหน้าที่ 85,000 ราย กลุ่มเกษตรกร 1,644 กลุ่ม

5) งานสนับสนุน คือ การประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์สินค้ามาตรฐานเพื่อสร้างความต้องการและเพิ่มมูลค่าให้สินค้า Q การสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางการเชื่อมโยงสินค้ามาตรฐานกับตลาด การเจรจาด้านมาตรฐาน การพัฒนาและส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับในระดับฟาร์ม การพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลใบรับรองทางอิเลคทรอนิกส์กับคู่ค้า พัฒนาไปสู่การออกใบรับรองทางอิเลคทรอนิกส์ และจัดระบบการบูรณาการการนำเข้า-ส่งออก โดยการแก้ไขกฎหมายให้รองรับการถ่ายโอนภารกิจความปลอดภัยอาหารนำเข้าจาก อย. ดำเนินการโดย มกอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป้าหมาย จัดทำสื่อ 9 อย่าง เปิดตลาดสินค้าคุณภาพ และ Q-Restaurant 3,852 แห่ง

Q & A
1. Q: มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารคืออะไร
  A: คือ ข้อกำหนดทางวิชาการในรูปของเอกสารวัตถุ ที่แพร่หลายแก่บุคคลทั่วไป กำหนดขึ้นโดยความร่วมมือ การยอมรับร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสีย และผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยมุ่งประโยชน์สูงสุด
2. Q: การกำหนดมาตรฐานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
  A: มี 3 ประเภท คือ
    1) มาตรฐานสินค้า : เป็นเกณฑ์ระดับประเทศในการผลิต การค้าในประเทศ การส่งออกนำเข้าและการตรวจรับรองสินค้าโดยข้อกำหนดครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยและคุณภาพที่จำเป็นที่ผู้บริโภคต้องการมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เป็นผลผลิต เช่น ข้าวหอมมะลิ ทุเรียน มะม่วง หน่อไม้ฝรั่ง กล้วยไม้ เนื้อโค เนื้อสุกร ปลานิล เป็นต้น มาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นต้นหรืออาหารแปรรูป เช่น ลำไยอบแห้ง กะทิ ซูริมิ เป็นต้น
    2) มาตรฐานระบบการผลิต : เป็นเกณฑ์ในการตรวจรับรองการปฏิบัติของผู้ผลิต ตั้งแต่การผลิตระดับฟาร์ม มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(GAP)ระดับโรงคัดบรรจุ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งรวมทั้งโรงงานแปรรูปขั้นต้น โรงฆ่าสัตว์ โรงสีข้าว หรือมาตรฐานการปฏิบัติทางโรงงานที่ดี(GMP)
    3) มาตรฐานทั่วไป : เป็นข้อกำหนดทั่วไปต่างๆ ได้แก่ เกณฑ์กำหนดเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับความปลอดภัยรวมถึงด้านสุขอนามัยสัตว์และพืชด้วย เช่น ข้อกำหนดสำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออกมาตรฐานสารพิษตกค้างมาตรฐานสารปนเปื้อน มาตรฐานวิธีวิเคราะห์และชักตัวอย่าง มาตรฐานวิธีชันสูตรโรค
3. Q: มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร เชื่อมโยงกับนโยบายอื่นๆ อย่างไร
  A: เชื่อมโยงโดยสนับสนุนแผนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มีแผนการส่งเสริมมาตรฐานไปใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่าปีละ 10 แห่ง ทั้งการสร้างต้นแบบมาตรฐานในแปลงใหญ่เพื่อขยายผล และ ใน ศพก. เป็นต้น
4. Q: หน่วยงาน กษ. ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามแผนงานมาตรฐานสินค้าเกษตร
  A: 1) การกำหนดมาตรฐาน : มกอช.
2) การตรวจสอบรับรอง : กวก. ปศ. ปม. กข. ส.ป.ก. และ มกอช.
3) การกำกับ/ควบคุมมาตรฐานบังคับ/การบังคับใช้กฎหมาย : มกอช. กวก. ปศ.ปม. และ กข. (ขึ้นอยู่กับมาตรฐานสินค้า)
4) การส่งเสริมมาตรฐาน : กสก. ส.ป.ก. กวก. กข. ปศ. ปม. และ มกอช.
5. Q: เกษตรกจะได้อะไรจากการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน
  A: 1) เกษตรกร มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย/ค่ารักษาจากการเจ็บป่วย
2) รักษาสภาพแวดล้อม และเกิดระบบการผลิตสินค้าเกษตรแบบยั่งยืน
3) ผู้บริโภคเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรของประเทศไทย
4) ได้ผลิตผลที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
6. Q: เกษตรกรจะขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ที่ไหน
  A: 1) ด้านพืช : ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
2) ด้านปศุสัตว์ : ณ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านท่าน
3) ด้านประมง : ณ สำนักงานประมงอำเภอใกล้บ้านท่าน
7. Q: คุณสมบัติของผู้ขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเป็นอย่างไร
  A: มี 3 แบบ
    1) เกษตรกร : ต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิต หรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของ หรือผู้ถือครองสิทธิ์ให้ดำเนินการผลิต เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ เป็นผู้สมัครใจขอการรับรองและยินดีปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองที่กำหนด
    2) นิติบุคคล : ต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิตหรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของหรือผู้ครองสิทธิให้ดำเนินการผลิต ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมายไทย เป็นนิติบุคคลที่สมัครใจขอการรับรอง และยินดีจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองแหล่งผลิต GAP ที่กาหนด
    3) กลุ่มเกษตรกร : สมาชิกของกลุ่มต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือสิทธิ์ครอบครองพื้นที่การผลิต หรือเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าของ หรือผู้ถือครองสิทธิให้ดำเนินการผลิต เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กลุ่มอาจจะดำเนินการโดยสมาชิกที่รวมกลุ่มกันเพื่อทำการผลิต หรือดำเนินการโดยนิติบุคคล หรือองค์กรอิสระซึ่งเป็นองค์กรที่รับผิดชอบกลุ่มเกษตรกร/เกษตรกร โดยเป็นผู้รับซื้อ จัดจำหน่าย หรือส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ของกลุ่มเกษตรกร/เกษตรกรที่ทำการผลิตให้ เป็นกลุ่มที่สมัครใจขอการรับรอง และยินดีจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองที่กำหนด
    ผู้ยื่นคำขอการรับรอง จะต้องไปยื่นใบสมัครคำขอรับรองที่สำนักงานในระดับำาเภอในพื้นที่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะมีการเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ แล้วสำนักงานในระดับจังหวัดในพื้นที่จะดำเนินการส่งผู้ที่ผ่านการเตรียมความพร้อมไปที่หน่วยงานส่วนกลางซึ่งเป็นผู้ตรวจรับรอง