อนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโลก
( Convention on Climate Change)

ความเป็นมาและสถานะ

อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีมาตราทั้งสิ้น 26 มาตรา อนุสัญญาดังกล่าว มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2537 และประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2537 โดยอนุสัญญามีผลบังคับใช้สำหรับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2538 ปัจจุบันประเทศภาคีสมาชิกในอนุสัญญาดังกล่าวมีจำนวน 165 ประเทศ

ท่าทีของประเทศไทยและการดำเนินการ

ประเทศไทยซึ่งถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าจะต้องดำเนินการตามพันธกรณีทั่วไป โดยมิต้องกำหนดเป้าหมายในการลด GHGs Emission แต่ประเทศไทยได้ดำเนินการต่างๆ ที่จะนำไปสู่การชะลอการปล่อยออกของก๊าซเรือนกระจกของประเทศ อนึ่ง ท่าทีของประเทศไทยในการเจรจาการยกร่างพิธีสาร ในอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อเตรียมการสำหรับลงนามในการประชุม COP สมัยที่ 3 ณ กรุงเกียวโต ประมาณต้นเดือนธันวาคม 2540 นั้นประเทศไทยยังคงยืนยันที่จะไม่มีการเพิ่มเติมพันธกรณีที่นอกเหนือไปจากพันธกรณีตามข้อ 4.1

องค์กรที่เกี่ยวข้อง

- คณะอนุกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ประธาน : ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
เลขานุการ : สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม
ผู้แทน ก.ษ. : สศก.

กรมป่าไม้ (ผู้แทนสำรอง)

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมปศุสัตว์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

พันธกรณีที่สำคัญ และโครงการ/กิจกรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

พันธกรณีที่สำคัญ

โครงการ/กิจกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว

มาตราที่ 4 : พันธกรณี

มาตราที่ 4.1 พันธกรณีทั่วไป

ทุกประเทศภาคีสมาชิกทั้งประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา จะต้องดำเนินการจัดทำรายงาน แห่งชาติ (National Communication) ที่แสดงถึงข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากแหล่งกำเนิด อันเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ (National Inventories) และพื้นที่ดูดซับ ก๊าซเรือนกระจก (Sink) ตลอดจนนโยบายและ มาตราการในการปรับตัวต่อ ผลกระทบอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

- โครงการกลยุทธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยต้นทุนต่ำที่สุด ในเอเซีย หรือ (ALGAS)

 

มาตราที่ 4.2 ข้อ (a) และ (b)

กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว จะต้องดำเนินการในการลดปริมาณการปล่อยออกของก๊าซเรือนกระจก ที่มิได้ถูกควบคุมโดยพิธีสารมอนทรีออล ซึ่งได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัส- ออกไซด์ เป็นต้น โดยให้ลดลงอยู่ในระดับการปล่อยเมื่อปี ค.ศ. 1990 ภายในปี ค.ศ. 2000

 

บัญชีรายชื่อประเทศภาคี (รัฐภาคี)

ปัจจุบัน มีรัฐภาคีในอนุสัญญาฯ จำนวน 169 ประเทศ

โดยแบ่งกลุ่มรัฐภาคีออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่ม nex Par
2. กลุ่ม nex Par
3. กลุ่ม nex Par

หลักเกณฑ์การแบ่งรัฐภาคีเป็นกลุ่มต่างๆ คือ ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และความรับผิดชอบในการก่อ ให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

จำนวนรัฐภาคีในแต่ละกลุ่ม
1. กลุ่ม Annex I Parties ประกอบด้วยรัฐภาคีที่มีชื่ออยู่ในภาคผนวกที่ 1 ซึ่งได้แก่รัฐภาคีที่อยู่ในกลุ่ม OECD (ประเทศที่พัฒนาแล้ว 24 ประเทศ) และประเทศที่มีเศรษฐกิจอยู่ในระยะปรับเปลี่ยน (ประเทศในยุโรปตะวันออกและประเทศสังคมนิยมที่กำลังเปลี่ยนเป็นประเทศเสรีนิยม)
2. กลุ่ม Annex II Parties ประกอบด้วยรัฐภาคีที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว 24 ประเทศ (กลุ่ม OECD) เหมือนในกลุ่ม
Annex I แต่ไม่รวมประเทศเศรษฐกิจอยู่ในระยะปรับเปลี่ยน
3. กลุ่ม Non Annex Parties ประกอบด้วยรัฐภาคีที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม Annex I และ Annex II ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเทศกำลังพัฒนา และประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

Annex I Parties Annex II Parties
Australia Australia
Austria Austria
Belarus Belgium
Belgium Canada
Canada Denmark
Czechoslovakia European Economic Community
Denmark Finland
European Economic Community France
Estonia Germany
Finland Greece
France Iceland
Germany Ireland
Greece Italy
Hungary Japan
Iceland Luxembourg
Ireland Netherlands
Italy New Zealand
Japan Norway
Latvia Portugal
Lithuania Spain
Luxembourg Sweden
Netherlands Switzerland
New Zealand Turkey
Norway United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland
Poland United State of America
Portugal  
Romania  
Russian Federation  
Spain  
Sweden  
Switzerland  
Turkey  
Ukraine  
United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland  
United States of America