เกษตรฯ หนุนกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมในเขตปฏิรูปที่ดิน คาดเกษตรกรได้รับผลบวกหลากหลายจากการใช้ไฟฟ้า มีรายได้เพิ่มจากค่าใช้ประโยชน์ในที่ดิน รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวฟาร์มกังหันลม สร้างชุมชนท้องถิ่นมีอาชีพเสริม
   
  นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้กิจการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลม เป็นกิจการที่สนับสนุนงานปฏิรูปที่ดินตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 30 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 (ฉบับที่ 2) ข้อ 1.5 และได้อนุมัติอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการดังกล่าวเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ค่าเช่า อัตราร้อยละ 3 ของราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ ส่วนที่ 2 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในอัตราไร่ละ 30,000 – 35,000 บาทต่อปี นายธีระ กล่าวว่า สำหรับอัตราค่าตอบแทนดังกล่าว จะมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนได้ ทุกๆ 5 ปี โดยการประกอบกิจการดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดแล้ว ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่จะเกิดทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลทำให้เกษตรกรในบริเวณนั้นและบริเวณใกล้เคียง ได้รับประโยชน์จากการใช้กระแสไฟฟ้า ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านคมนาคม ทำให้การขนส่งสินค้าเกษตรสะดวกรวดเร็วขึ้น เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับค่าใช้ประโยชน์ในที่ดิน รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยว ฟาร์มกังหันลม ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรในชุมชนท้องถิ่นมีอาชีพเสริมนอกจากการประกอบเกษตรกรรม เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าตอบแทนที่ผู้ประกอบการจะต้องชำระให้ สปก. เข้ากองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อใช้ในการพัฒนาพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินแล้ว ผู้ประกอบการยังมีการบริจาคเงินเป็นรายได้โดยตรงสู่ชุมชนพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้า โดยการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติอีกด้วย และที่สำคัญคือเป็นต้นแบบของการผสมผสานประโยชน์ทางการเกษตร และอุตสาหกรรมการพลังงานร่วมกันอีกด้วย และเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ได้มีการหารือร่วมกันเพื่อจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งได้มีสาระสำคัญเกี่ยวกับพลังงานทดแทนด้านพลังงานลม ใน 4 ประเด็นด้วยกัน ได้แก่ 1) กระทรวงพลังงานจะพิจารณาความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของโครงการที่ภาครัฐ หรือเอกชนจะอนุญาตใช้พื้นที่ของ สปก. ในการดำเนินการโครงการทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้า 2) กระทรวงพลังงานจะส่งเสริม กำกับ ตรวจสอบ และติดตาม เพื่อให้เกิดการดำเนินโครงการทุ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้าอย่างแท้จริงและยั่งยืน 3) กระทรวงเกษตรฯ จะพิจารณาวางกฎ ระเบียบ แนวทางวิธีการและขั้นตอน รวมทั้งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการขออนุญาตใช้พื้นที่ที่อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของ สปก.ให้กับภาครัฐหรือเอกชน เพื่อประกอบกิจการโครงการทุ่งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 4) กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริม สนับสนุน การอนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของ สปก.ให้กับภาครัฐหรือเอกชน เพื่อประกอบกิจการโครงการทุ่งกังหันลม ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทนให้เป็นรูปธรรม ระหว่างสองกระทรวงในเร็วๆ นี้ เพื่อให้การดำเนินการด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ……………........………..
   
  วันที่ : 27/February/2010