|
|
|
|
|
นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมตลอดจนผู้ซื้อและผู้ขายน้ำนมดิบทุกราย รายงานข้อมูลการซื้อขายน้ำนมดิบในระบบบันทึกข้อมูลและจำหน่ายน้ำนมดิบโดยใช้โปรแกรม Fresh Milk Management ที่กรมปศุสัตว์ปรับปรุงแล้วมาดำเนินการอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ทราบการเคลื่อนไหวของปริมาณน้ำนมที่ซื้อ-ขาย และการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโปรแกรมดังกล่าวยังไม่มีความคล่องตัวเท่าที่ควร เนื่องจากหากมีการรายงานข้อมูลเข้ามาในระบบพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมาก จะทำให้ไม่สามารถบันทึกข้อมูลในระบบได้ จึงได้มอบให้กรมปศุสัตว์ไปดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงระบบ เพื่อให้การรายงานข้อมูลเข้าสู่ระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการรายงานของศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม รวมถึงผู้ซื้อและผู้ขายน้ำนมดิบดังกล่าว จะนำไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการนมทั้งระบบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นางสาวสุพัตรา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ทบทวนการกำหนดกฎเกณฑ์การจัดทำบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการนมทั้งระบบ (MOU) และมาตรการควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปตาม (MOU) เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเพิ่มบทลงโทษในกรณีที่ไม่ทำตามกติกา โดย MOU ฉบับปี 2552/53 มีระยะเวลาการถือใช้ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2553 แต่เพื่อเป็นการป้องกันความสับสนในกรณีการแก้ไขปัญหานมล้น จึงเห็นควรให้มีการทบทวน MOU ใหม่ โดยจะเริ่มให้มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เช่น กรณีการแจ้งจำนวนโคนมและปริมาณน้ำนม ที่ผลิตว่าความสอดคล้องตรงกันหรือไม่อย่างไร เป็นต้น โดยในแต่ละปีเกษตรกรผู้ลี้ยงโคนม และผู้ประกอบการนม จะมีการเสนอมาตรการควบคุมการซื้อ-ขายน้ำนมดิบและมาตรการลงโทษ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติตาม MOU นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาจัดสรรสต็อคนมโรงเรียนคงเหลือ จำนวน 1,849,540 กล่อง โดยให้ อ.ส.ค.ดำเนินการจัดซื้อต่อไป
|
|
|
|
| สงวนลิขสิทธิ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | เสนอแนะ-ติชม: | |
 |
Call Center 1170 | |
|
|
|
| |
|
|