ข่าวสารการเกษตร >> ข่าวประชาสัมพันธ์ >> ข่าวประชาสัมพันธ์ 2551
"สมศักดิ์" รับ 3 ข้อร้องเรียนสางปมเงินชดเชยเกษตรกรผู้ปลูกไหม 120 ล้านเข้าครม. พร้อมประกาศตรวจเข้ม ปัญหาลักลอบการนำเข้าไหมเถื่อน ยกตรานกยูงพระราชทานการันตีคุณภาพไหมไทย หวั่นกระทบกำลังการผลิตไหมภายในประเทศ สนองนโยบายรุกเปิดเกมตลาดไหมตีตลาดโลก

วันที่ 8 ส.ค. 2551
"สมศักดิ์" รับ 3 ข้อร้องเรียนสางปมเงินชดเชยเกษตรกรผู้ปลูกไหม 120 ล้านเข้าครม. พร้อมประกาศตรวจเข้ม ปัญหาลักลอบการนำเข้าไหมเถื่อน ยกตรานกยูงพระราชทานการันตีคุณภาพไหมไทย หวั่นกระทบกำลังการผลิตไหมภายในประเทศ สนองนโยบายรุกเปิดเกมตลาดไหมตีตลาดโลก นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการสมาคมผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมรายย่อยเข้าพบว่า ตามที่กลุ่มสมาคมฯได้เสนอข้อร้องเรียนใน 3 ประเด็นด้วยกัน คือ 1. การขอปรับภาษีให้กลับมาคงที่ 10 % เท่าเดิม จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับอัตราภาษี นำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศเป็น 5 % ตั้งแต่วันที่ 1 มค. 50 ที่ผ่านมา ซึ่งในเรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้ยากเนื่องจากในอนาคตภาษีนำเข้าเส้นไหมจะต้องถูกปรับลดลงเหลือ 0% ตามข้อกำหนดการเปิดเสรีทางการค้า ดังนั้น เกษตรกรต้องมีการปรับตัว และมีการพัฒนาการผลิตไหมเพื่อแข่งขันกับตลาดผู้ผลิตเส้นไหมรายสำคัญ เช่น เวียดนาม และญี่ปุ่น ซึ่งในเรื่องดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้การสนับสนุนเพื่อเตรียมความพร้อม ให้แก่เกษตรกรอย่างเต็มที่ เนื่องจากในอนาคตสถาบันหม่อนไหมจะถูกยกระดับเป็นกรม ซึ่งจะมีความคล่องตัวในเรื่องการบริหารจัดการมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนในส่วนของประมาณดำเนินการพัฒนาไหม ระบบการเลี้ยง ดูแลในส่วนการประกอบอาชีพการเลี้ยงหม่อนไหม รวมถึงระบบการตลาด จนถึงอุตสาหกรรมการผลิตไหมทั้งระบบด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องที่สอง ประเด็นการป้องกันการลักลอบนำเข้าเส้นไหมโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมักจะเป็นเส้นไหมไม่ได้คุณภาพเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพไหมไทย โดยในเรื่องนี้กระทรวงเกษตรฯ จะทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง โดยให้ทางกรมศุลกากรควบคุมและเข้มงวดในตรวจจับการลักลอบนำเข้าเส้นไหม รวมถึงด่านกักกันพืช ของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะเข้าไปดูแลควบคุมการนำเข้าเส้นไหมอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการให้การรับรองการผลิตเส้นไหมคุณภาพผ่านตราสัญลักษณ์นกยูงทั้ง 4 ประเภท เพื่อเป็นสิ่งค้ำประกันว่าเป็นไหมคุณภาพเกรดเอ และยังช่วยปกป้องเกษตรกรผู้ปลูกไหมได้อีกทางหนึ่งด้วย และประเด็นสุดท้าย กรณีที่เกษตรกรร้องเรียนในเรื่องเงินชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงปี 2545 – 2546 ที่ราคาไหมตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 80 บาท/กก. ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือสนับสนุนกิโลกรัมละ 30 บาท/กก. เป็นเงินทั้งสิ้น 120 ล้านบาท แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการไหมแห่งชาติ ทำให้งบประมาณดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งหากจะมีการให้ความช่วยเหลือ ก็จะต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรรายเดิมที่ได้รับผลกระทบจากราคาไหมในช่วงนั้นเท่านั้น ด้านนายจรัลธาดา กรรณสูต เปิดเผยว่า อีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาไหมของเกษตรกร คือ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งสามารถรับซื้อเส้นไหมจากเกษตรกรได้ทั้งหมด และให้ราคาที่เป็นธรรม
 
สงวนลิขสิทธิ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | เสนอแนะ-ติชม: webmaster@moac.go.th  | Call Center 1170  | แผนผังเว็บไซต์
 
Webstats4U - Free web site statistics สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
 
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์nike air max