ข่าวสารการเกษตร >> ข่าวประชาสัมพันธ์ >> ข่าวประชาสัมพันธ์ 2550
กระทรวงเกษตรฯ ห่วงไทยสูญตลาดผักผลไม้สดในอียู เร่งผนึกกำลังสภาหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน และองค์กร GTZ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ของผักผลไม้ไทย

วันที่ 13 ธ.ค. 2550 Share
นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า สถานการณ์ส่งออกผักและผลไม้ไทยไปตลาดอียูน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเนื่องจากมูลค่าส่งออกได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในปี 2543 ไทยมีส่วนแบ่งการตลาด 2.91% หรือคิดเป็นมูลค่า 323 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ปี 2548 มีส่วนแบ่งการตลาดเหลือเพียง 0.61% หรือคิดเป็นมูลค่า 122.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้การส่งออกผักผลไม้ไทยในตลาดอียูลดลงมาจากการที่ไทยมีต้นทุนค่าขนส่งไปยุโรปที่แพงกว่าคู่แข่งจนไม่สามารถลงไปแข่งขันด้านราคาในตลาดล่างได้ ในขณะที่การเข้าสู่ตลาดบนหรือ ตลาดค้าปลีกที่มีมูลค่าเพิ่มสูงก็พบเงื่อนไขการกำหนดมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารของสมาคมค้าปลีกยุโรป ที่เรียกว่า EurepGAP ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนชื่อเป็น GlobalGAP มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยไว้ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ จากการเดินทางไปประชุมร่วมกับผู้นำเข้าผักผลไม้และกระจายสินค้าผักผลไม้ไทยในประเทศอังกฤษรายใหญ่ ๆ หลายแห่ง ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบประเทศคู่แข่งในแง่ที่คนอังกฤษมีความนิยมชมชอบ "เอ็กซ์โซติค ฟู้ด” หรือผักผลไม้เมืองร้อนของไทยอย่างมาก แต่ติดปัญหาที่ผู้ส่งออกไทยมีภาระต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่แพงและหาระวางยากเพราะต้องใช้การขนส่งทางอากาศอย่างเดียวอีกทั้งการส่งผักผลไม้สดไปตลาดค้าปลีกนั้นมีเงื่อนไขในด้านมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่สูง จนมีเพียง 5 บริษัทส่งออกของไทยเท่านั้นที่สามารถส่งสินค้าไปขายยังตลาดค้าปลีกของอังกฤษได้ จึงทำให้ประเทศอิสราเอล และประเทศในกลุ่มอัฟริกากลายเป็นผู้ยึดครองตลาดค้าปลีกผักผลไม้ของอังกฤษไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสภาหอการค้าไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการจัดทำโครงการ ThaiGAP ซึ่งเป็นโครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตผักและผลไม้ไทยให้เทียบเคียงกับมาตรฐานของสมาคมผู้ค้าปลีกยุโรป ซึ่งโครงการดังกล่าวนอกจากจะทำให้สามารถเพิ่มการส่งสินค้าสดของไทยเข้าตลาดค้าปลีกในอียูแล้วยังมีประโยชน์สำหรับใช้ในการเทียบเคียงมาตรฐานกับประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำมาตรฐานดังกล่าวอยู่ นายรุ่งเรือง กล่าวต่อไปว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดประชุมหารือกับผู้แทนสภาหอการค้าไทยด้านธุรกิจเกษตร องค์กรความช่วยเหลือของเยอรมัน – GTZ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อหาแนวทางในการเข้าไปช่วยสภาหอการค้าไทยดำเนินโครงการ ThaiGAP ซึ่งมีเป้าหมายที่จะอบรมกลุ่มเกษตรกรในภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พร้อมและสมัครใจที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตให้เข้าตามมาตรฐานของอียู พร้อมกับทำการตรวจสอบรับรองมาตรฐานที่เทียบเท่าสหภาพยุโรปให้กับกลุ่มดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับสภาหอการค้าไทย พัฒนาบุคลากรขึ้นมาทำหน้าที่ฝึกอบรมเกษตรกร และมอบหมายให้ทางกรมวิชาการเกษตรเร่งสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยของอาหารสดไทยให้กับประเทศผู้นำเข้าโดยได้ออกข้อบังคับให้มีการจดทะเบียนผู้ส่งออกทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 มกราคม 2551 เพื่อให้ผู้ส่งออกรับซื้อผักผลไม้ที่มีการทำมาตรฐานการผลิตที่ดี (GAP) พร้อมกับเตรียมช่วยเหลือผู้ส่งออกที่ประพฤติดีมาตลอดในเรื่องมาตรฐานอาหารให้มีภาระค่าใช้จ่ายลดลงในการตรวจสอบสาร ทั้งนี้ เพื่อหวังที่จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดสินค้าผัก และผลไม้ของไทยในตลาดอียูเพิ่มมากขึ้น ในอนาคต
 
สงวนลิขสิทธิ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | เสนอแนะ-ติชม: webmaster@moac.go.th  | Call Center 1170  | แผนผังเว็บไซต์
 
Webstats4U - Free web site statistics สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
 
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์canada goose pas chercanada goosemoncler pas cherjeffrey campbell shoes