กระทรวงเกษตรฯ เผยความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หวังสร้างกลไกขับเคลื่อนนโยบายสำคัญสู่เกษตรกรโดยตรง สู่การพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน
14 ก.ย. 2560
129
0
กระทรวงเกษตรฯเผยความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
กระทรวงเกษตรฯ เผยความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หวังสร้างกลไกขับเคลื่อนนโยบายสำคัญสู่เกษตรกรโดยตรง สู่การพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

กระทรวงเกษตรฯ เผยความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หวังสร้างกลไกขับเคลื่อนนโยบายสำคัญสู่เกษตรกรโดยตรง สู่การพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

          พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการขับเคลื่อนการทำงานให้สอดรับกับนโยบายฯ เป้าหมายปี 2561 ปีแห่งการยกระดับคนการบริหารจัดการมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่เกษตร 4.0 โดยการปฏิรูปภาคการเกษตรภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 ศูนย์ ของเกษตรกรต้นแบบทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในภาคการเกษตร และเป็นอนาคตภาคการเกษตรของประเทศไทย เพราะเป็นมิติของการดึงให้ภาคเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในโครงการ นโยบายสำคัญต่างๆ สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาในพื้นที่อย่างแท้จริง

          นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ศพก. เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกร ที่ต้องการให้เกษตรกรมีแหล่งเรียนรู้จากของจริง เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จากเกษตรกรด้วยกันเอง กว่า 3 ปีที่ผ่านมา ศพก. 882 ศูนย์ เป็นรูปธรรมและสามารถแบ่งพืชได้ตามลักษณะพื้นที่ ดังนี้ 1) ข้าว 450 ศูนย์ 2) พืชไร่ 78 ศูนย์ 3) พืชผัก 31 ศูนย์ 4) ไร่นาสวนผสม/เกษตรผสมผสาน 78 ศูนย์ 5) ไม้ผล 139 ศูนย์ 6) ยางพารา  52 ศูนย์ 7) ปาล์มน้ำมัน  44 ศูนย์ และ 8)อื่นๆ 10 ศูนย์ และได้ขยายผลเป็นแปลงใหญ่ ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมี ศพก. 882 ศูนย์ และเครือข่าย 10,523 ศูนย์ อาทิ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการดิน ศูนย์เรียนรู้ด้านประมง เป็นต้น ได้อบรมให้กับเกษตรกรผู้นำทั่วประเทศ จำนวน 44,100 ราย ในการสร้างความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาล ว่าเกษตรกรมีความพร้อมที่จะเป็นแกนนำภาคการเกษตรในชุมชนได้ โดยพัฒนาในรูปแบบเครือข่าย มีการเลือกประธาน ศพก. ระดับ จังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ ซึ่งระดับประเทศ จะมีการประชุมกัน ทุกเดือน สลับหมุนเวียนกันไปตามพื้นที่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ (กษ.) เป็นผู้สังเกตการณ์ และสรุปผลการประชุม เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ นำไปสู่การแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืน

          ทั้งนี้ ได้วางลักษณะการแนวทางการพัฒนาของ ศพก. โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ศพก. เกรด A 470 ศูนย์ เกรด B 401 ศูนย์ และเกรด C 11 ศูนย์ ซึ่ง ศพก. ที่อยู่ในระดับ A ก็จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ศพก. และรองรับบริการด้านเกษตรให้ครอบคลุมกิจกรรมการเกษตรในพื้นที่ ศพก. ระดับ B  401 ศูนย์ จะต้องพัฒนาศพก. เพื่อยกระดับเป็น A และเน้นการพัฒนาคนและหลักสูตรการเรียนรู้และ ศพก. ระดับ C 11 ศูนย์ จะต้องพัฒนาศพก. โดยเน้น 4 องค์ประกอบ (เกษตรกรต้นแบบ, ฐานเรียนรู้, แปลงเรียนรู้, หลักสูตร) รวมทั้งพัฒนาเพื่อให้มีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการด้านการเกษตรของชุมชน นอกจากนี้แต่ละ ศพก. มีจุดเด่นที่คล้ายคลึงกัน คือ การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตรและการดำเนินชีวิต มีการอบรมที่เน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในสมาชิกเกษตรกรที่มาอบรมร่วมกัน การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทางประชารัฐการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การลดต้นทุนลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การยึดหลักผลิตผสมผสานทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมงตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า เกษตรกรร้อยละ 71 นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ได้แก่ ร้อยละ 84 เรื่องการลดต้นทุน ร้อยละ 4 ทำกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ร้อยละ 4  การปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน ร้อยละ 3 การเพิ่มรายได้ด้วยกิจกรรมอื่นๆ เช่น การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ ร้อยละ 2 การทำบัญชี ร้อยละ 1 การใช้เทคนิคต่างๆ ในการปลูกพืช เช่น การใช้ระบบน้ำหยด เป็นต้น นอกจากนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา ศพก. ทำให้ ศพก. อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประจำปี 2560 ประเภทรางวัลพัฒนาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดีโดยได้เข้ารับรางวัลเมื่อ 11 กันยายนที่ผ่านมาด้วย 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์