“ปิยะรัฐชย์” ชู 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าปรับระบบ สร้างคน พัฒนางาน เตรียมฟื้น “เกษตรสร้างชาติ” เปิดเวทีโชว์ศักยภาพ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบแนวทางการขับเคลื่อนกรมส่งเสริมการเกษตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร ณ กรมส่งเสริมการเกษตร ว่า ตลอดระยะเวลา 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสู่เกษตรกร ตลอดจนเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อให้การพัฒนาการเกษตรเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ งานส่งเสริมการเกษตรไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยง ‘คน พื้นที่ และสินค้า’ เข้าด้วยกัน ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ และสร้างโอกาสให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมั่นคง โดยมุ่ง “สร้างคนรุ่นใหม่ พัฒนากรมเป็นองค์กรทันสมัย ด้วยงานส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนทางเกษตรและอาหาร” พร้อมยกระดับระบบส่งเสริมการเกษตรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร
นางสาวปิยะรัฐชย์ เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจราชการในหลายจังหวัดและการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับเขตครบทุกเขตทั่วประเทศ ได้รับฟังข้อจำกัดในการปฏิบัติงานจากเกษตรจังหวัดและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จึงมอบโจทย์ให้ผู้บริหารกรมนำข้อมูลดังกล่าวมาแก้ไขและเพิ่มความพร้อมให้เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ และเกษตรตำบล มีเครื่องมือสนับสนุนการทำงานมากขึ้น ควบคู่กับการดูแลบุคลากรภายในองค์กรและแก้ไขข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจและทำงานใกล้ชิดเกษตรกรได้อย่างเต็มศักยภาพ
“เราอยากเห็นการทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตรเกิดผลเป็นรูปธรรม อยากให้เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ และเกษตรจังหวัด มีศักยภาพเพิ่มขึ้น มีอาวุธติดมือมากขึ้น นี่คือโจทย์ที่ฝากให้ผู้บริหารนำไปขับเคลื่อนต่อ และจะทำงานใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรให้มากขึ้น รับฟังเสียงให้มากที่สุด เพื่อนำโจทย์ของเกษตรกรมาเป็นโครงการและเป็นทิศทางการทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตร” นางสาวปิยะรัฐชย์ เน้นย้ำ
อีกประเด็นสำคัญคือการเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกร ทั้งเกษตรกรรุ่นเดิม Smart Farmer, Young Smart Farmer และกลุ่มสตรีเกษตร โดยเตรียมนำ “เกษตรสร้างชาติ” กลับมาจัดอีกครั้ง เพื่อตอบรับความต้องการของเกษตรกรที่อยากมีพื้นที่แสดงผลงานและนำเสนอศักยภาพ ส่วนรูปแบบและขนาดการจัดงานจะพิจารณาตามความพร้อมต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะเพิ่มการทำงานใกล้ชิดและรับฟังเกษตรกรให้มากขึ้น เพื่อนำโจทย์จากพื้นที่มาเป็นโครงการและทิศทางการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร
ด้านนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเสริมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งพัฒนาระบบงานภายใต้แนวคิด “DOAE 4 Value Chains for Food Security and Sustainability” เชื่อมโยงการผลิต การพัฒนาสินค้า การตลาด และการสร้างมูลค่า ตามแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อให้การผลิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ยกระดับสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร
พร้อมกันนี้ จะปรับระบบบริหารให้บูรณาการภารกิจ ลดความซ้ำซ้อน และใช้งบประมาณ บุคลากร ตลอดจนองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจัดกลุ่มภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ แผนงานและระบบภารกิจ ตลาดและธุรกิจเกษตรกร การผลิตและห่วงโซ่อุปทาน และการบริหารและสื่อสารนโยบาย รวมทั้งพัฒนากลไก “เสือส่งเสริม” (Special Unit of Agricultural Extension) เป็นหน่วยสนับสนุนภารกิจเชิงยุทธศาสตร์และภารกิจท้าทายของกรม และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรตามความรู้ ความสามารถ และผลงาน สร้างเส้นทางความก้าวหน้าอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมศูนย์บ่มเพาะธุรกิจการเกษตร ระบบตลาดค้าส่ง การจับคู่ธุรกิจ การแปรรูปและจำหน่ายสินค้าเกษตร ตลอดจนเพิ่มความคล่องตัวให้กลไกการทำงานในภูมิภาค โดยคำนึงถึงบริบทของพื้นที่ กลุ่มเกษตรกร และสินค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้การปรับระบบนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งการยกระดับการผลิต การสร้างมูลค่า และความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารในระยะยาว