ตกลง
รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีในลงนาม MOU
11 ก.ค. 2561
272
0
รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีในลงนาม MOU ระหว่างบริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ในเครืออาลีบาบากรุ๊ป กับตัวแทนสหกรณ์ชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก 3 แห่ง เป้าหมายสั่งซื้อทุเรียนในฤดูกาล ปี 2562 ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน
รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีในลงนาม MOU
รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีในลงนาม MOU

รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีในลงนาม MOU ระหว่างบริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ในเครืออาลีบาบากรุ๊ป กับตัวแทนสหกรณ์ชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก 3 แห่ง เป้าหมายสั่งซื้อทุเรียนในฤดูกาล ปี 2562 ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน    

    นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัทShanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd หรือ บริษัท Win Chain ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางในการจัดหาสินค้าให้กับธุรกิจอาหารสดของอาลีบาบากรุ๊ป ประเทศจีน กับสหกรณ์ผู้ผลิตทุเรียน 3 แห่งในภาคตะวันออก ประกอบด้วย สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด จังหวัดระยอง สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี และสหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด จังหวัดตราด ว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่บริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป ของจีนได้ให้ความสนใจและต้องการจะสั่งซื้อทุเรียนของไทยไปจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Tmall.com ในเครืออาลีบาบา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ประสานความร่วมมือให้ตัวแทนของบริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ประชุมหารือกับตัวแทนของสหกรณ์ในภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา และจากการหารือร่วมกันครั้งนั้น ตัวแทนบริษัทได้แจ้งความประสงค์ที่จะทำธุรกิจซื้อขายทุเรียนกับสหกรณ์โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จากนั้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2561 ทางบริษัทได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สวนผลไม้ของสมาชิกสหกรณ์ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิตทุเรียนตามมาตรฐาน GAP ตั้งแต่ในส่วนของเกษตรกร ก่อนจะรวบรวมส่งให้สหกรณ์คัดคุณภาพ และบรรจุลงกล่องเพื่อขนส่งจำหน่ายสู่ตลาด ทำให้บริษัทฯ เกิดความมั่นใจว่าในการสั่งซื้อทุเรียนจากสหกรณ์จะได้สินค้าที่มีคุณภาพ และได้มีการร่วมกันวางระบบโลจิสติกในการขนส่งสินค้าเพื่อให้ทุเรียนจากประเทศไทยไปถึงจีนได้เร็วสุด ซึ่งทุเรียนของไทยที่จะส่งจำหน่ายให้อาลีบาบา ทางบริษัทจะนำไปขายผ่านทางออนไลน์และร้านสะดวกซื้อ ที่เป็นเครือข่ายตั้งอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของจีน ทั้งนี้ คาดว่าจะมียอดสั่งซื้อทุเรียนของสหกรณ์นำไปจำหน่ายที่ประเทศจีน ในฤดูกาลปี 2562 ปริมาณไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน หรือ 800,000 ลูก มูลค่าประมาณ 360 ล้านบาท (ราคาซื้อขาย 120 บาท/กิโลกรัม)

      ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ ฉบับดังกล่าว ถือเป็นข้อตกลงในการสนับสนุนและความร่วมมือด้านการส่งเสริมพัฒนาและผลักดันการส่งออกทุเรียนในรูปแบบสดและแช่แข็งส่งไปสู่ตลาดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งสาระสำคัญภายในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ได้มีการกำหนดให้สหกรณ์ ทำหน้าที่แนะนำและส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ให้พัฒนาคุณภาพผลผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก และร่วมกันผลักดันการส่งออกทุเรียนสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสหกรณ์จะต้องความสำคัญในการผลิตและส่งมอบผลผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตามความต้องการของบริษัท ขณะเดียวกันสหกรณ์จะต้องมีการติดโลโก้หรือสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ของบริษัท Win Chain และข้อมูลของบริษัทลงบนกล่องบรรจุสินค้าด้วย ส่วนข้อตกลงเรื่องราคา ทางบริษัท Win chain จะรับซื้อผลผลิตทุเรียนจากสมาชิกสหกรณ์ในราคานำตลาดหรือสูงกว่าราคาตลาด และขายในราคาที่ครอบคลุมราคาทุน และราคาค่าบริหารจัดการ

   การลงนามในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดผลไม้ของสหกรณ์ครั้งสำคัญ ที่จะสามารถส่งผลไม้ของไทยไปจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ของประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่กว้างและเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยด้วย หากความร่วมมือในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ คาดว่าในอนาคตน่าจะมีการขยายความร่วมมือในการสั่งซื้อผลไม้ชนิดอื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป