กระทรวงเกษตรฯ หารือ สมาคมการเกษตรเยอรมนี สานต่อความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)
16 ม.ค. 2561
659
0
กระทรวงเกษตรฯหารือสมาคมการเกษตรเยอรมนี
กระทรวงเกษตรฯ หารือ สมาคมการเกษตรเยอรมนี สานต่อความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)

กระทรวงเกษตรฯ หารือ สมาคมการเกษตรเยอรมนี สานต่อความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)

          นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ นายเพเตอร์ โกรทฮูส (Mr.Peter Grothues) กรรมการผู้จัดการสมาคมการเกษตรเยอรมนี และคณะผู้บริหารของสมาคมการเกษตรเยอรมนี ว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรม ซึ่งแผนพัฒนาด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร รวมทั้งวางแผนการพัฒนาเกษตรกรให้ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก และการพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer โดยการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยมาเป็นตัวขับเคลื่อนในการพัฒนา ซึ่งจากการเข้าร่วมประชุม Ag Machinery International Conference และการหารือร่วมกับกระทรวงอาหารและการเกษตรแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สมาคมการเกษตรเยอรมนี และสมาคมส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร ของ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่างวันที่ 11 – 17 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมานั้น ได้หยิบยกประเด็นการจัดทำความร่วมมือด้านเครื่องจักรกลระหว่างกัน โดยพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ที่เหมาะสมจะนำมาใช้ในระบบการผลิตการเกษตรแปลงใหญ่ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ เครื่องตัดหญ้าอาหารสัตว์ ซึ่งเหมาะสมในการนำมาใช้ในแปลงผลิตพืชอาหารสัตว์ของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนม ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

          “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สานต่อความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยขณะนี้กำลังดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ ณ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามแนวพระราชดำริ จ.ระยอง เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะที่เหมาะสมกับการผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย สำหรับเป็นศูนย์ต้นแบบและเป็นที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ โดยมีหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมบูรณาการ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสนใจในเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ของเยอรมนี ที่มีการนำระบบเซนเซอร์และระบบ GPS มาใช้ ทำให้เกิดความแม่นยำในการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น เช่น เครื่องเซนเซอร์เก็บข้อมูลคุณภาพดิน เครื่องให้ปุ๋ยตามแผนที่ดิน เครื่องกำจัดวัชพืชควบคุมด้วยระบบ GPS เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดโอกาสสูญเสียปริมาณผลผลิต ตลอดจนแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน”

          ทั้งนี้ มีเครื่องจักรกลที่มีการผลิตในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่ยังขาดการทดสอบสมรรถนะทั้งด้านการทำงานและความปลอดภัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญในการจัดตั้งศูนย์ทดสอบเครื่องจักรกลเกษตร (Testing Center) เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความปลอดภัยจากสินค้าเครื่องจักรกลการเกษตรด้อยคุณภาพ โดยขอรับการสนับสนุนจากเยอรมนีเนื่องจากมีระบบการพัฒนามาตรฐาน เครื่องจักรกลการเกษตร การทดสอบ และศูนย์ทดสอบเครื่องจักรกลเกษตรที่เป็นมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาการเกษตรของไทยต่อไป