ตกลง
หนุนพัฒนาศักยภาพตลาดผลไม้อินทรีย์ไทย ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
30 ต.ค. 2561
23
0
หนุนพัฒนาศักยภาพตลาดผลไม้อินทรีย์ไทย ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น
หนุนพัฒนาศักยภาพตลาดผลไม้อินทรีย์ไทย
หนุนพัฒนาศักยภาพตลาดผลไม้อินทรีย์ไทย ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น

วันที่ 30 ตุลาคม 2561

หนุนพัฒนาศักยภาพตลาดผลไม้อินทรีย์ไทย  ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภคที่ขยายตัวมากขึ้น

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นถึงการดำเนินงานสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 ที่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศต่อตลาดส่งออก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 ได้บูรณาการสำรวจข้อมูลสภาพการตลาด รวมทั้งทัศนคติและความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ จัดทำแนวทางการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์

นายฉันทานนท์  วรรณเขจร  รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากผลการศึกษาสถานการณ์ด้านการผลิตสินค้าผลไม้อินทรีย์ของไทย พบว่า ผลผลิตผลไม้ส่วนใหญ่ (ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง) ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว  ร้อยละ 92  ส่วนร้อยละ 8 ผลผลิตยังอยู่ในระยะปรับเปลี่ยนภายใต้การรับรองมาตรฐานอินทรีย์ Organic Thailand

ด้านตลาดสินค้าผลไม้อินทรีย์ ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 22 เกษตรกรจะส่งไปจำหน่ายที่ตลาดระบบสมาชิก  อาทิ วิสาหกิจชุมชน  ร้อยละ 21 จำหน่ายที่ตลาดส่งออก  ร้อยละ 20 จำหน่ายที่ตลาดค้าส่งในพื้นที่  ส่วนที่เหลือจำหน่ายที่ ตลาด Modern Trade  ตลาดนัด (ตลาดประชารัฐ/ตลาดเกษตรกร และตลาดสีเขียว) ตลาดเฉพาะ (ร้าน Lemon Farm ตลาดในโรงพยาบาล และงานแสดงสินค้า) ตลาดออนไลน์  และตลาดอื่น ๆ (ตลาดนักท่องเที่ยว โรงงานแปรรูป และขายปลีกที่สวนตนเอง) ตามลำดับ ทั้งนี้ การขายสินค้าส่วนใหญ่เกษตรกรจะจำหน่ายสินค้าด้วยตนเอง และได้รับเงินทันทีหลังจำหน่ายผลผลิต ส่วนการจำหน่ายให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชุน และพ่อค้าผู้รวบรวม เกษตรกรจะได้รับเงินหลังจำหน่ายสินค้า 3-7 วัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน หากเปรียบเทียบแล้ว สินค้าผลไม้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ยังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับกลุ่มชนิดสินค้าเกษตรอื่น ๆ เช่น สินค้าข้าวอินทรีย์ และผักอินทรีย์ โดยปัจจุบันปริมาณผลผลิตสินค้าผลไม้อินทรีย์ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดซึ่งมีโอกาสขยายตัวสูง เนื่องจากการตื่นตัวเรื่องกระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคทั่วโลก ส่งผลให้ผลไม้อินทรีย์ได้รับการยอมรับและมีความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ และมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดสำหรับสินค้าผลไม้อินทรีย์ ควรส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มตลาด  โดยขยายการผลิตในพื้นที่เหมาะสม ส่งเสริมการตลาดแนวใหม่ จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในทุกจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญ ส่งเสริมการต่อยอดธุรกิจผลไม้อินทรีย์ เชื่อมโยงแหล่งจำหน่ายผลไม้อินทรีย์กับเส้นทางท่องเที่ยว สนับสนุนการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) หรือที่รู้จักในเครื่องหมาย Organic Thailand และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee System : PGS) 

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจผลไม้อินทรีย์รุ่นใหม่ เน้นทำธุรกิจแปรรูป สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและกระตุ้นความต้องการสินค้าผลไม้อินทรีย์ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบผลิตอินทรีย์ ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสินค้าผลไม้อินทรีย์ เพื่อช่วยยืดอายุและเพิ่มมูลค่าของสินค้า  สำหรับเกษตรกรที่ต้องการขอรับรองมาตรฐานผลไม้อินทรีย์ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร (สวพ.) กรมวิชาการเกษตร  ในพื้นที่ใกล้บ้าน และท่านที่สนใจผลการศึกษาเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี  โทร. 038 351 261 หรืออีเมล  zone6@oae.go.th

***********************************

ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์ / ข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี