ตกลง
กระทรวงเกษตรฯ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2562”
2 ม.ค. 2562
133
0
ส่งความสุขปีใหม่

กระทรวงเกษตรฯ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2562” มอบของขวัญแก่เกษตรกรและประชาชนผ่านโครงการสำคัญ จำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพราคาพิเศษ พร้อมตั้งจุดบริการประชาชนอีก 159 จุด ทั่วประเทศ

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมมอบของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน ผ่านโครงการ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี พ.ศ. 2562” ตลอดเดือนธันวาคม 2561 - มกราคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายครัวเรือน ให้กับเกษตรกรและประชาชน และเป็นการมอบความสุขจากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เกษตรที่สวยงาม พร้อมกับได้รับความรู้ ซึ่งประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์ จำนวน 757,374 ราย ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมหลัก ดังนี้ 1. มอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง ผ่านโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ เช่น โครงการชลประทานขนาดเล็กที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 6 โครงการส่งมอบแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จให้กับเกษตรกร จำนวน 15,321 บ่อ สร้างความเข้มแข็งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และคนกรีดยาง ตามพื้นที่เปิดกรีดจริง 1,800 บาท/ไร่ ไม่เกิน 15 ไร่/ราย) และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ตามพื้นที่ปลูกจริง ไร่ละ 1,500 บาท/ไร่ ไม่เกิน 15 ไร่/ราย เป็นต้น ซึ่งประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์ จำนวน 470,274 คน 

2. เพิ่มพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ อาทิ ไข่ไก่ นม ยู เอช ที ไทย - เดนมาร์ค จำหน่ายกระเช้าของขวัญ จากสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยที่ได้เครื่องหมาย Q สินค้า และผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจ กลุ่ม และสหกรณ์ อาทิ ข้าวสาร สมุนไพร อาหารทะเลแปรรูป และผลิตภัณฑ์ยางพารา เป็นต้น ณ จุดจำหน่ายของหน่วยงาน (ในพื้นที่ส่วนกลาง และภูมิภาค) และตลาดออนไลน์  ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์ จำนวน 14,000

และ 3. ปีใหม่เที่ยวทั่วไทยสุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย 1) การเปิดสถานที่ราชการ ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว เช่น สถานีเรดาร์ฝนหลวงอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่  ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้านปศุสัตว์ จำนวน 7 แห่ง  แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร จำนวน 16 จุด อาทิ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (วาวี) จังหวัดเชียงราย ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง และขุนวาง) จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาประมงอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร และเปิดศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จำนวน 21 ศูนย์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม - กิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง โครงการชลประทานสมุทรปราการ (ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสมุทรปราการ) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว (อ่างเก็บน้ำกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี) เป็นต้น ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์ 197,300 คน 2) เปิดสถานที่ให้ประชาชนเข้าชมฟรี เช่น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำให้ประชาชนเข้าชมฟรี จำนวน 3 แห่ง (สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานคร ระยอง และจันทบุรี) ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการยกเว้นค่าบัตรผ่านประตู และพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ประชาชนเข้าชมฟรี เป็นต้น ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม 500 คน และ 3) จุดบริการประชาชน ให้บริการจุดพักรถ ห้องน้ำ ขนม และน้ำดื่ม จำนวน 159 จุด ในพื้นที่ 76 จังหวัด ประชาชนได้รับประโยชน์ 75,300 คน