ตกลง
รัฐมนตรีเกษตรฯ ปลื้ม นวัตกรรมจากยางพารา
8 พ.ย. 2562
137
0
นวัตกรรมจากยางพารา
รัฐมนตรีเกษตรฯ ปลื้ม นวัตกรรมจากยางพารา
รัฐมนตรีเกษตรฯ ปลื้ม นวัตกรรมจากยางพารา

รัฐมนตรีเกษตรฯ ปลื้ม นวัตกรรมจากยางพารา สู่เครื่องมือเพิ่มศักยภาพช่วยงานชลประทาน สนองนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศหวังช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง 

นายเฉลิมชัยศรีอ่อนรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการวิจัยส่งเสริมการใช้ยางพาราโดยมีดร.ทองเปลวกองจันทร์อธิบดีกรมชลประทานพร้อมด้วยผู้บริหารกรมชลประทานให้การต้อนรับณสำนักเครื่องจักรกลและสำนักวิจัยและพัฒนากรมชลประทานอ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรีว่ารัฐบาลนำโดยพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีฯได้กำชับให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราตามนโยบายในการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีแนวทางและมาตรการในการช่วยเหลือชาวสวนยางอาทิโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยางเป็นต้นอีกทั้งในวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานได้ดำเนินโครงการสนองนโยบายรัฐบาลโดยการนำยางพารามาใช้ในกิจกรรมของงานชลประทานซึ่งมีการคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์อาทิทุ่นยางพาราดักผักตบชวาสามารถนำไปใช้ได้ทั้งฝายหรือพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งกีดขวางเข้าไปสร้างความเสียหายในแหล่งน้ำ, ทุ่นพลาสติกHDPE ปูด้วยแผ่นยางกันลื่นใช้ในกรณีเกิดอุทกภัยถนนตัดขาดเคลื่อนย้ายง่าย, เรือนวัตกรรมกำจัดวัชพืชขนาดเล็กและรางวัดปริมาณน้ำชลประทานจากยางพาราเป็นต้นนอกจากนี้ได้ให้กรมชลประทานและกรมวิชาการเกษตรไปศึกษาผลิตภัณฑ์สารชีวภัณฑ์ที่ใช้กำจัดผักตบชวาที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องมีการวิจัยตรวจสอบเพื่อให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

“เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับทั้งงานของชลประทานเองตลอดจนประชาชนเกษตรกรและชาวสวนยางทั้งระบบคาดว่าหากโครงการนี้ผ่านความเห็นชอบของสำนักงบประมาณจะช่วยทำให้ราคายางขยับสูงขึ้นซึ่งปัญหาผักตบสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจประเทศเป็นอย่างมากดังนั้นเครื่องมือต่างๆที่กรมชลประทานได้นำเสนอและสาธิตให้ได้ชมในวันนี้นับเป็นความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือชาวสวนยางตามนโยบายในการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ”นายเฉลิมชัยกล่าว

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานรัฐ โดยการนำยางพารามาใช้ในกิจกรรมของงานชลประทาน คือการคิดค้นนวัตกรรมทุ่นพลาสติก HDPE ปูด้วยแผ่นยางกันลื่น โดยเนื้อวัสดุของทุ่นเป็น High Density Polyethylene ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีน ที่มีค่าความหนาแน่นสูง ส่วนแผ่นสังเคราะห์ยางปูพื้นประกอบด้วย ยางธรรมชาติ 85% ยางสังเคราะห์ 5% และอื่นๆ 10% ใช้เป็นโป๊ะลอยน้ำจากทุ่น HDPE สำหรับเทียบเรือเพื่อใช้สัญจรในการปฏิบัติงาน ในอ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน หรือเขื่อนต่างๆ เรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก มีคุณลักษณะเฉพาะและรูปแบบของเรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก โครงสร้างและเปลือกเรือ ทำจากวัสดุอลูมิเนียมขึ้นรูปและเชื่อมประกอบ ขนาดความกว้าง 1.70 เมตร ความยาว 4.80 เมตร และความสูง 0.50 เมตร บุ้งกี๋สำหรับตักเก็บวัชพืช เป็นแบบตะแกรง ทำจากอลูมิเนียมผสม ขนาดความกว้าง 105 เซนติเมตร ความยาว 200 เซนติเมตร และความสูง 55 เซนติเมตร  ล้อระหัด สำหรับขับเคลื่อนเรือให้เดินหน้า ถอยหลัง แบบเป็นอิสระต่อกัน เครื่องยนต์ต้นกำลังใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 13 แรงม้า สตาร์ทด้วยมอเตอร์ (มีแบตเตอรี่) และเชือกสตาร์ท ความเร็วในการเดินเรือ ไปได้ทั้งเดินหน้าและถอยหลังในน้ำ ประมาณ 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราความสิ้นเปลืองนำมันเชื้อเพลิง(เบนชิน) ประมาณ  2 ลิตร/ชั่วโมง หรือประมาณ 60 บาท ต่อชั่วโมง ใช้พนักงานควบคุม     บนเรือ จำนวน 1 คน ความสามารถในการเก็บวัชพืช (ผักตบชวา) ประมาณ 60 ตัน/วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของวัชพืชและความชำนาญของพนักงานควบคุมเรือทุ่นยางพาราดักผักตบชวา(Para.-Log Boom) เป็นผลงานศึกษา วิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปใช้วางกั้นคลองชลประทานดักผักตบชวา โดยออกแบบให้ใช้เนื้อยางธรรมชาติ 30 กก.ต่อทุ่น มีความยาว 2 เมตร สามารถลอยตัวอยู่ที่ร้อยละ 50 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง แผนการดำเนินงานในปี พ.ศ.2562 ติดตั้งในเขต ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (พื้นทีสำนักงานชลประทานที่ 10 11และ12) และมีเป้าหมายขยายผลจัดทำทุ่นและติดตั้งทั่วประเทศ ในโครงการชลประทาน 200 โครงการๆ ละ 100 จุด เป็นจำนวน 340,000 ทุ่น หรือคิดเป็นน้ำหนักยางพาราทั้งสิ้น 10,200 ตัน อีกหนึ่งนวัตกรรม เป็นรางวัดปริมาณน้ำชลประทานจากยางพารา (Para.- Cutthroat flume)  ใช้สำหรับวัดปริมาณน้ำของการเกษตรกรรมในเขตจัดรูปที่ดิน ทำให้เกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   โดยอุปกรณ์มีขนาดความกว้างราง 0.20 เมตร ยาว 0.90 เมตร สูง 0.25 เมตร และมีแผนการผลิตจำนวน 1,000 ชุด คิดเป็นปริมาณยางที่ใช้ 10 ตัน