ทปษ.รัฐมนตรีเกษตรฯเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอก บ้านน้อยจอมศรี จ.สกลนคร
17 มิ.ย. 2565
109
0
เยี่ยมชม
ทปษ.รัฐมนตรีเกษตรฯเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอก
ทปษ.รัฐมนตรีเกษตรฯเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอก บ้านน้อยจอมศรี จ.สกลนคร

ทปษ.รัฐมนตรีเกษตรฯเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอก บ้านน้อยจอมศรี จ.สกลนคร ชูยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตแนะสร้างแบรนด์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งเป้าให้ไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศยักษ์ใหญ่ในการเป็นผู้นำด้านการเกษตรและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก

          นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอกบ้านน้อยจอมศรี ต.ฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมผลผลิตของสมาชิกมาจำหน่ายโดยการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรทำให้เกิดรายได้แก่สมาชิกและเครือข่ายและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่ครบวงจรปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯมีเครือข่ายสมาชิกเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์จำนวน 212 รายมีพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ที่เข้าร่วมกิจกรรม 4,559 ไร่โดยได้รับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆคือข้าวฮางงอกมะลิข้าวฮางงอกมันปูข้าวฮางงอกหอมนิลข้าวฮางงอกไรซ์เบอรี่และซีเรียลเป็นต้น

          ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบของจังหวัดสกลนครและเป็นศูนย์เรียนรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวสารชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช (สารไตรโครเดอร์มาร์) และเครื่องบรรจุภัณฑ์สุญญากาศลำเลียงอีกทั้งยังได้สนับสนุนด้านวิชาการและการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน

          ทั้งนี้ตำบลฮางโฮง อำเภอเมืองสกลนคร มีพื้นที่ทั้งหมด 28,125 ไร่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรโดยมีพื้นที่การเกษตร 21,144 ไร่เกษตรกร 1,617 ครัวเรือน เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาโดยมีพื้นที่ทำนา 11,381 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 58.04 ของพื้นที่

 

          "แต่ละถิ่นแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์โดย 1 ในยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือตลาดนำการผลิตซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้สนับสนุนให้มีการจัดอบรมให้ความรู้ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีการเกษตร 4.0 และการทำการตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้นโดยจะต้องมีการสร้างแบรนด์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างไรก็ตามได้ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในการเป็นผู้นำด้านการเกษตรและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก" นายอลงกรณ์ กล่าว

ตกลง