วันที่ 24-27 กรกฎาคม 2566 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ UN Food System National Convenor ของประเทศไทย พร้อมด้วยดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ และคณะผู้แทนไทยประจำสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ณ กรุงโรม เข้าร่วมการประชุม UN food systems summit +2 ระหว่างวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2566 ณ สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี
การประชุม UN food systems summit +2 (UNFSS+2) จัดขึ้นโดยการสนับสนุนจากรัฐบาลอิตาลี ร่วมกับ Rome-based UN Agencies (FAO, IFAD, WFP), the UN Food Systems Coordination Hub และองค์กรภายใต้ UN สืบเนื่องจากที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวในUN Food Systems Summit ให้มีการจัดการประชุมขึ้นทุกๆ 2 ปี เพื่อทบทวนการดำเนินการ และผลการดำเนินงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2023 ซึ่งการประชุม UNFSS+2 ในครั้งนี้ เป็นเวทีที่รัฐมนตรีหรือผู้แทนรัฐบาลแต่ละประเทศจะมารายงานผลการดำเนินงานหลังจากที่ได้เห็นชอบร่วมกันในการประชุม UN Food Systems Summit โดยจะนำเสนอผลงานความสำเร็จของประเทศ ปัญหาที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน และการให้ความสำคัญต่อการขจัดช่องว่างในการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารให้มีความยั่งยืน ทั่วถึง ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การประชุมประกอบด้วย high-level events, dialougues และ side events ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นขยะอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริโภคเพื่อสุขภาพ ความร่วมมือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี องค์ความรู้ของชนพื้นเมือง และการคมนาคม โดยผลจากการหารือจะเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม SDG summit ในเดือนกันยายน 2566
ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.30 – 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นโรม) นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่ FAO ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิด โดยมีผู้นำกว่า 20 ประเทศ และผู้แทนกว่า 100 ประเทศ เข้าร่วม
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เน้นย้ำการลงทุนที่ยั่งยืน ยุติธรรม ดีต่อสุขภาพ และระบบอาหารที่ยืดหยุ่น ให้รัฐบาลและเอกชนทำงานร่วมกันเพื่อระบบที่คำนึงถึงประชาชนมากกว่าเรื่องกำไรและหาแนวทางใหม่ๆที่จะลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มจำนวนอาหารที่สุขภาพดีสำหรับทุกคน และลดการปล่อยคาร์บอนในระบบอาหารเพื่อช่วยโลกและจำกัดอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศา
นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้กล่าวว่าความมั่นคงอาหารเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของนโยบายต่างประเทศของอิตาลีและยังเป็นประเด็นที่อิตาลีให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือ โดยความมั่นคงทางอาหารเป็นส่วนหนึ่งในความท้าทายหลักในการเชื่อมต่อกับโลก ทั้งนี้ ได้เชิญชวนให้ประเทศต่างๆ ลงทุนในการวิจัยและเทคโนโลยี ระบบการเงิน และร่วมมือกันเพื่อพลิกโฉมระบบอาหาร
นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ๋ FAO กล่าวถึงความสำเร็จของการดำเนินการ โดยได้กล่าวถึงกรอบยุทธศาสตร์ 4 better ( ปี 2022-2031) ของ FAO เพื่อพลิกโฉมระบบอาหารให้มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง ยืดหยุ่นต่อวิกฤต และมีความยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ FAO ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม, 2) ปรับปรุงประสิทธิภาพของข้อมูล 3) การเพิ่มเป้าหมายและประสานงานทางการเงินภาครัฐและเอกชน และ 4) การสร้างกลไกการกำกับดูแลระบบเกษตรอาหารที่ครอบคลุม