1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ฝนหลวงฯ ส่ง 12 หน่วยปฏิบัติการฯ ช่วงชิงสภาพอากาศบรรเทาแล้งให้พื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำ ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเตรียมจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
9 ก.ค. 2569
150
0
ฝนหลวงฯส่ง12หน่วยปฏิบัติการฯช่วงชิงสภาพอากาศบรรเทาแล้งให้พื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำ
ฝนหลวงฯ ส่ง 12 หน่วยปฏิบัติการฯ ช่วงชิงสภาพอากาศบรรเทาแล้งให้พื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำ ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเตรียมจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

      วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 9 หน่วย ได้แก่ หน่วยฯ จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.นครสวรรค์ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สระแก้ว จ.อุบลราชธานี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 21 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ จำนวน 3 ลำ และ 3 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ จ.หนองบัวลำภู และ จ.เพชรบุรี ที่ปฏิบัติการด้วยชุดอุปกรณ์การพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำก่อนที่จะเกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องเกษตรกร โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ และวางแผนปฏิบัติการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

      อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวต่อว่า จากการติดตามสถานการณ์และการพยากรณ์อากาศในช่วงนี้ พบว่า เดือนมิถุนายน -  กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงที่ประสบปัญหาเอลนีโญ กรมฯ จึงมีการวางแผนการทำงานในเชิงรุก ไม่รอให้เกิดวิกฤติ โดยจะติดตามสภาพอากาศและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องปรับแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมพร้อมอากาศยาน เครื่องมือ งบประมาณเพื่อทำงานอย่างเต็มศักยภาพ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำ มุ่งเน้นช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนตั้งแต่ฤดูฝนในเขื่อนหลักซึ่งหลักการทำงานดังกล่าวจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถรักษาระดับน้ำต้นทุนและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งได้ และจากการปฏิบัติการฝนหลวงที่ผ่านมา ผลปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 6 กรกฎาคม 2569ปฏิบัติการไปจำนวน 107 วัน 958 เที่ยวบิน มีฝนจากการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 98.13 มีฝนตกในพื้นที่การเกษตรจำนวน 59 จังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.กาญจนบุรี จ.นครราชสีมา จ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชุมพร จ.ตรัง จ.ระนอง ฯลฯ รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้พื้นที่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เช่น เขื่อนคลองสียัด เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนปราณบุรีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนภูมิพล อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวย้ำด้วยว่า การปฏิบัติการฝนหลวงจะเป็นการดำเนินการที่ต้องอาศัยสภาพอากาศที่เหมาะสม เช่น มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมากกว่า 60% ศักยภาพของอากาศมีการยกตัวในแนวตั้งได้ดี ทิศทางลมและความเร็วลมเอื้ออำนวย (ไม่เกิน 20 น๊อต) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอกาสในการเกิดฝนมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นและตกลงในพื้นที่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

      สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นเดือนมหามงคลของพวกเราปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้มีการจัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจ
ที่สำคัญมากมายและมีคุณค่าคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศชาติ และเพื่อรักษาระบบนิเวศ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมทำให้พื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

      รวมถึงเป็นการเร่งขยายพันธุ์กล้าไม้ กลายเป็นสภาพป่าธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยังเป็นการเพิ่มต้นทุนความชื้นสัมพัทธ์ให้กับระบบนิเวศทางธรรมชาติ และเป็นต้นทุนความชื้นที่สำคัญในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป โดยจะมีพิธีเปิดโครงการฯ ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธี

          อย่างไรก็ตาม โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ จะเป็นการดำเนินการหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน โดยจะนำเมล็ดพันธุ์พืชที่มีการปั้นหุ้มด้วยดินเหนียวเรียบร้อยแล้วไปโปรยบริเวณอุทยานแห่งชาติต่างๆ และใช้เมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ป่านั้น ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จ.หนองบัวลำภู อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร และอุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 15 ชนิด ได้แก่ มะค่าแต้ มะค่าโมง สัก พะยูง แดง เพกา กัลปพฤกษ์ ขี้เหล็ก ชิงชัน ราชพฤกษ์ อะราง สมอพิเภก มะขามป้อม ตะแบก และพฤกษ์ โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการปั้นเมล็ดพันธุ์ที่ได้ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 8 แห่งทั่วประเทศ

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง