เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวชุมชนและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตร พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัด ณ วิสาหกิจชุมชนสาคูรวมใจพัฒนา ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากและพัฒนาการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงานโดยกรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน/เกษตรกรที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการเกษตรที่โดดเด่น สามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลักของชุมชนเพื่อสร้างรายได้เสริมเพิ่มเติมจากการทำการเกษตร ซึ่งวิสาหกิจชุมชนสาคูรวมใจพัฒนา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เริ่มดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรในชุมชนมีรายได้จากการจัดกิจกรรมและจำหน่ายสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการบริหารจัดการและจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรมผ้าพิมพ์สีธรรมชาติจากใบไม้ (Eco Print) ถ่ายรูปอุโมงค์ต้นยางพารา กิจกรรมเก็บใบเหมียงในสวนยางพารา ชมแปลงสาธิตการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมสอนทำอาหารจากใบเหมียง (Cooking Class) และชมสวนทุเรียนและกินทุเรียน (ตามฤดูกาล) อีกทั้งยังมีสินค้าและบริการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่โดดเด่น อาทิ Welcome Drink จากส้มควาย GI น้ำพริกส้มควาย GI ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน เงาะ กระท้อน อาหารท้องถิ่น เช่น ผักเหมียงผัดไข่ น้ำพริก เบือทอด เป็นต้น
นอกจากนี้กลุ่มยังมีการเชื่อมโยงเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ หาดในยาง ตลาดชิงปลาเกาะปลิง เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยังมีแผนการดำเนินงานในอนาคต ได้แก่ การพัฒนากิจกรรมการทำ Eco print และการจัดกิจกรรม One Day Trip เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาศึกษาดูงาน
สำหรับวิสาหกิจชุมชนสาคูรวมใจพัฒนา ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 20 คน เกิดจากการรวมกลุ่มของสมาชิกในชุมชนตำบลสาคูที่มีความต้องการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชนและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนกลับมาประกอบอาชีพในพื้นที่ เนื่องจากคนในชุมชนมีผู้สูงวัยมากขึ้นและเยาวชนเริ่มออกไปประกอบอาชีพนอกพื้นที่ ในช่วงแรกกลุ่มมีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่ในชุมชน เช่น ส้มควาย และการทำขนมพื้นเมืองต่างๆ ต่อมาสมาชิกในกลุ่มเริ่มมองเห็นโอกาสด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากตำบลสาคูอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีการเดินทางสะดวก มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น สวนยางพารา สวนผลไม้ต่างๆ และมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนที่น่าสนใจ รวมถึงต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในชุมชน จึงได้เริ่มจัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านสาคู เพื่อส่งเสริมและสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนมีอาชีพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนให้มีความยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน