“รมช.ปิยะรัฐชย์” ปลุกพลัง ศพก. เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรไทย รับมือโลกที่เปลี่ยนแปลง ชูเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง ดึงความรู้จากพื้นที่ต่อยอดนวัตกรรมสมัยใหม่
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดโครงการ “ตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมี นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ เกษตรกร สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายกลุ่มแปลงใหญ่ เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ณ อาคารศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้นโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดยุคใหม่ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้กลไกของ ศพก. เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่และเกิดผลเป็นรูปธรรม
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนภาคการเกษตรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยยึดหลัก “เกษตรกรเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ที่ปฏิบัติงานจริง ได้เชื่อมโยงกับองค์ความรู้จากภาครัฐ นักวิชาการ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ โดยปัจจุบันภาคการเกษตรต้องเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ต้นทุนการผลิต ความผันผวนของตลาด และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่สามารถพึ่งพาองค์ความรู้จากภายนอกเพียงด้านเดียว อย่างไรก็ตามต้องให้ความสำคัญกับการ “ดึงความรู้จากพื้นที่” โดยนำประสบการณ์และภูมิปัญญาของเกษตรกรที่ผ่านการลงมือทำจริงมาวิเคราะห์ แลกเปลี่ยน และต่อยอดให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้และขยายผลในพื้นที่อื่นได้
สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการจัดนิทรรศการการผลงาน ศพก. และเครือข่าย 8 จังหวัด ภายใต้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 (สสก.2) จ.ราชบุรี ศูนย์ปฏิบัติการ 6 แห่ง และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสิ้น 36 หน่วยงาน 55 นิทรรศการ พร้อมทั้งจัดแสดงสินค้าอัตลักษณ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์เด่นของพื้นที่ในรูปแบบการเล่าเรื่องราว Storytelling การสื่อสารประชาสัมพันธ์ ผ่านระบบออนไลน์ Facebook Live ครอบคลุม 77 จังหวัด
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางไปยังวัดลานองค์พระ เขื่อนแม่กลอง ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามการขับเคลื่อน “ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย ร่วมใจช่วยเกษตรกร” ภายใต้นโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” และสนับสนุนให้ใช้พื้นที่ของส่วนราชการเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายสินค้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งมีการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย พืชผัก ผลไม้ สินค้าประมง และสินค้าปศุสัตว์โดยตรงแก่ผู้บริโภคอีกด้วย