เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการขนถ่ายสัตว์น้ำและการบริหารจัดการท่าเทียบเรือ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัด ณ สำนักงานท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยองค์การสะพานปลาได้ดำเนินงานตามนโยบายด้านการยกระดับศักยภาพของเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรในด้านประมงให้เข้มแข็ง ดังนี้ 1) การให้บริการขนถ่ายสัตว์น้ำผ่านท่าสำหรับเรือประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2) การให้บริการสาธารณูปโภคกับเรือประมงที่เข้ามาใช้บริการ 3) การส่งเสริมสนับสนุนอาชีพประมงและอุตสาหกรรมประมงต่อเนื่อง 4) การดำเนินงานตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยของท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา กิจการแพปลา หรือตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำ และหลักเกณฑ์ในการออกหนังสือรับรองของกรมประมง และ 5) การให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด และสถิติประมง เผยแพร่ข้อมูลสถิติประมง ราคาสัตว์น้ำ การให้สินเชื่อการประมง ดำเนินการให้สินเชื่อเครื่องมืออุปกรณ์ประมง และซ่อมแซมเรือประมงแก่ชาวประมง เป็นต้น โดยในปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569) มีจำนวนเรือประมงพาณิชย์ที่ใช้บริการท่าเทียบเรือ จำนวน 3,129 เที่ยว ปริมาณสัตว์น้ำผ่านท่า จำนวน 9,717,042 กิโลกรัม มูลค่า 669,388,200 บาท
ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตฯ มีแนวทางและแผนการดำเนินงานในอนาคตเพิ่มเติม อาทิ การรักษาและปรับปรุงแหล่งขนถ่ายสัตว์น้ำและซื้อขายสัตว์น้ำให้ถูกสุขอนามัยตามมาตรฐานในประเทศไทย การยกระดับมาตรฐานแหล่งขนถ่ายและซื้อขายสัตว์น้ำให้ถูกสุขอนามัยได้มาตรฐานสากล และการยกระดับชาวประมงและผู้ประกอบการให้มีความมั่นคงทางอาชีพประมง
จากนั้น รมช.ปิยะรัฐชย์ และคณะผู้บริหารได้เดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งบ้านคลองบ่อแสน หมู่ 3 ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง โดยบ้านคลองบ่อแสนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในอำเภอทับปุดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ ทั้งภูเขา น้ำตก ถ้ำธรรมชาติ และป่าไม้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และเลี้ยงผึ้ง ด้วยพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จึงทำให้เกิดการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวจนกลายเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้เสริมและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ฐานการเลี้ยงผึ้ง เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งโพรง การล่อผึ้ง และการเก็บน้ำผึ้ง (เฉพาะเดือนเมษายน) ฐานการแปรรูปสบู่น้าผึ้ง ฝึกการปฏิบัติการทำสบู่น้ำผึ้งจากน้ำผึ้งแท้ เส้นทางแห่งความหวาน เรียนรู้ชีวิตผึ้งและกระบวนการผลิตน้ำผึ้ง และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ น้ำผึ้งแท้ รวงผึ้ง สบู่น้ำผึ้ง ยาหม่องไขผึ้ง และผลิตภัณฑ์จากลูกเหนา เป็นต้น