กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมวางแผนรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง และปรับการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ในอัตราประมาณ 700-1,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของประเทศ จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ร่วมบูรณาการการทำงานในด้านต่างๆ เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำและให้การช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้เร็วที่สุด
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำจากทางตอนบนได้ทยอยไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง จากการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) พบว่า ในช่วง 1-9 วันข้างหน้า ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,100 ลบ.ม. ต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1,100-1,200 ลบ.ม. ต่อวินาที
กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อน ด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในระยะนี้ อยู่ในอัตราประมาณ 700-1,000 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60-1.50 เมตร โดยมีพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบ บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ติดตามและประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากมีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด