ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ บุญแก้ว เดินหน้าแก้ปัญหาผลกระทบฝายร้อยเอ็ด ยโสธร-พนมไพร ธาตุน้อย เห็นชอบเสนอ ครม. เยียวยาประชาชน 1,203 ราย วงเงิน 576 ล้านบาท
นายบุญแก้ว สมวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด โครงการฝายยโสธร - พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 277/2569 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนกรมชลประทาน ผู้แทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบการประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting) เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและพิจารณาแนวทางการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสสร้างดังกล่าว
สำหรับโครงการฝายทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ฝายยโสธร - พนมไพร อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2538 ฝายธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี แล้วเสร็จปี 2539 และฝายร้อยเอ็ด อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วเสร็จปี 2543 ซึ่งฝายดังกล่าวมีลักษณะเป็นฝายปิดกั้นลำน้ำชีและมีบานเหล็กเปิด - ปิดเพื่อระบายน้ำ ก่อสร้างโดย กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ (เดิม) ก่อนโอนภารกิจและโครงการทั้ง 3 แห่งให้กรมชลประทานดูแลในปี 2546 ต่อมาประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อรัฐบาลในปี 2553 เพื่อขอให้ฟื้นฟูระบบนิเวศและเยียวยาความเสียหายจากการก่อสร้างฝาย กรมชลประทานจึงว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ (Post-EIA) โดยศึกษาแล้วเสร็จในปี 2562 จากนั้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่และประกาศรับรองผู้ได้รับผลกระทบ 747 ราย จำนวน 1,811 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 12,816.47 ไร่ พร้อมเสนอแนวทางเยียวยา ในอัตราไร่ละ 7,000 บาท และค่าครองชีพครอบครัวละ 3,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการชุดเดิม ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 429/2567 มาดำเนินการต่อ พร้อมเห็นชอบให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายค่าชดเชยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด โครงการฝายยโสธร - พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย รวม 1,203 ราย จำนวน 2,845 แปลง พื้นที่รวม 20,806.61 ไร่ ในอัตรา 7,000 บาทต่อไร่ และค่าครองชีพครอบครัวละ 3,000 บาทต่อปี รวมวงเงินทั้งสิ้น 576,097,258.78 บาท พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการฯ รวมถึงเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับและติดตามแผนป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการทั้ง 3 แห่ง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบกำหนดกรอบการดำเนินงาน โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานในเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจึงเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายกรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม 2569 และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายค่าชดเชยเยียวยาในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2569