นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดการการผลิตและการตลาดกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 135 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับประเทศไทยจาก “ครัวของโลก” สู่การเป็น “เสบียงของโลก” เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าตามพันธสัญญา WTO และ FTA ไทย-ภูฏาน อย่างมีสมดุลและเป็นธรรม อาทิ การปรับลดปริมาณการนำเข้ามันฝรั่งสดเพื่อแปรรูปปี 2569 ลงเหลือ 78,000 ตัน พร้อมทั้งเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้มีความคล่องตัว เชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้เกิดการใช้ตัวเลขความต้องการในประเทศเป็นตัวชี้เป้าในการส่งเสริมการผลิตไทยเพื่อทดแทนการนำเข้า
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำถึงมาตรการคุ้มครองผลผลิตและราคาพืชผลของเกษตรกรไทย โดยกุมสภาพการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างเข้มงวด ส่งผลให้สถิติการจับกุมการลักลอบนำเข้าหอมหัวใหญ่และหอมแดงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันมาตรการทางกฎหมายตาม พ.ร.บ. กักพืช อย่างเด็ดขาด โดยสินค้าเกษตรสดที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชจะถูกทำลายทิ้งทันที ไม่มีข้อยกเว้น และห้ามนำมาขายทอดตลาดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชอุบัติใหม่ที่จะเข้ามาทำลายแปลงเกษตรของไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องอาชีพและผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรในประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบและเห็นชอบในหลักการต่อข้อเสนอของภาคเกษตรกร โดยเตรียมนำ 4 มาตรการสำคัญ ทั้งการบริหารช่วงเวลานำเข้าหอมหัวใหญ่สดไม่ให้ตรงกับช่วงที่ผลผลิตไทยออกสู่ตลาด (พฤศจิกายน – มิถุนายน) การใช้มาตรการทางภาษีที่เหมาะสม และการขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยก่อนเป็นอันดับแรก นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ต่อไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ในการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติ และตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นแหล่งผลิตอาหารและเสบียงที่เข้มแข็งในระดับสากล