“รมช.ปิยะรัฐชย์” ขับเคลื่อนเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตร รับมือสภาพภูมิอากาศ ยกระดับศักยภาพเกษตรกรระยอง
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบายด้านการส่งเสริมการเกษตรแก่ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก พร้อมเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา “การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ณ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกรผู้นำ สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่าย ศพก. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมถ่ายทอดกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ไปยังเครือข่าย ศพก. ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรและประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศยังทำให้ราคาน้ำมัน ปุ๋ยเคมี สารเคมี และปัจจัยการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันทางการตลาดที่ทวีความเข้มข้น ล้วนส่งผลต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการด้านการเกษตร ตลอดจนส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน และส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาคเอกชน
การจัดงานครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตรเท่าทันภูมิอากาศ (Climate Smart Agriculture: CSA) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเสริมศักยภาพเกษตรกรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการเผยแพร่ผลงานและนวัตกรรมจากภาคีเครือข่าย การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน Smart Farmer และ Young Smart Farmer จังหวัดระยอง ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งยกระดับภาคการเกษตรไทยด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยใช้ ศพก. เป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดความรู้และเชื่อมโยงบริการด้านการเกษตรไปสู่ชุมชน เพื่อช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนการผลิตสูง โรคและแมลงศัตรูพืช รวมถึงความเสื่อมโทรมของดิน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเชื่อมโยงเกษตรกรผู้นำ สมาชิกและเครือข่าย ศพก. รวมถึงเกษตรกรแปลงใหญ่ ให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเข้าถึงนวัตกรรมจากภาครัฐและภาคเอกชน การสัมมนาครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงในอาชีพให้แก่เกษตรกร” นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะได้เยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน รวมถึงลานแสดงสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวิสาหกิจชุมชน Smart Farmer และ Young Smart Farmer ในจังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย 13 นิทรรศการ ได้แก่ 1) “ฟ้าทะลายโจรจันท์” วิจัยนำตลาด ยกระดับผู้ประกอบการเกษตรสมุนไพรมูลค่าสูงตามแนวทาง CSA 2) Smart Oil Palm, Smart Farm 3) ต้นแบบเกษตรกรรมเมืองที่สอดคล้องกับ ESG จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสู่คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม 4) CSA เกาะกูด: เกษตรปรับตัวสู่อนาคตด้วยการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน 5) CSA “Straw Solution นวัตกรรมจัดการฟางเพื่อเกษตรรับมือสภาพภูมิอากาศ” 6) โรงเรือนเห็ด EVAP รับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 7) Smart Farm เทคโนโลยีและนวัตกรรมรับมือ Climate Change สร้างความมั่นคงให้แก่ทุเรียนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 8) นาข้าวอัจฉริยะไร้การเผา ใช้เทคโนโลยีและชีวภาพก้าวทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 9) ไบโอชาร์ (Biochar) นวัตกรรมฟื้นฟูดินสู่การผลิตผักอินทรีย์ 10) การลดต้นทุนการผลิตและการใช้ผึ้งช่วยผสมเกสรเพื่อเพิ่มผลผลิต 11) การเพิ่มรายได้จากมะนาววงบ่อด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ 12) ระบบฟาร์มรักษ์น้ำ เทคโนโลยีควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะ และ 13) การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธีและการผลิตพืชพันธุ์ดี 4 สายการผลิต พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือและพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ต่อไป