1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. ก
    3. ก
    4. ก
    5. C
    6. C
    7. C
    8. C
    9. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    10. แผนผังเว็บไซต์
    11. EN
    12. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
รมช.ปิยะรัฐชย์ ลงพื้นจังหวัดสุพรรณบุรี แจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 800 ชุด และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่
5 ต.ค. 2569
94
9
รมช.ปิยะรัฐชย์ลงพื้นจังหวัดสุพรรณบุรี
รมช.ปิยะรัฐชย์ ลงพื้นจังหวัดสุพรรณบุรี แจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 800 ชุด และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่

รมช.ปิยะรัฐชย์ ลงพื้นจังหวัดสุพรรณบุรี แจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 800 ชุด และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่

          นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ณ อาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลสนามคลี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จำนวนทั้งสิ้น 800 ชุด และรับฟังปัญหาจากประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

            สถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะนี้มีปริมาณน้ำหลากไหลเข้าสู่ระบบแม่น้ำท่าจีนและคลองสายหลักอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณประตูระบายน้ำพลเทพมีการรับน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีนประมาณ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีประตูระบายน้ำชลมารคพิจารณ์ มีการระบายน้ำประมาณ 188 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สะท้อนให้เห็นว่ามีปริมาณน้ำหลากเข้าสู่ระบบแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติมกว่า 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้ต้องมีการระบายท้ายประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา 189 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับน้ำหลากจากพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งไหลเข้าสู่คลองจระเข้สามพัน ปัจจุบันมีการระบายผ่านประตูระบายน้ำจรเข้สามพันประมาณ 98 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยแนวโน้มระดับน้ำและปริมาณน้ำบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำที่ระบายเข้าสู่ระบบแม่น้ำท่าจีนและคลองสายหลักในภาพรวม พบว่ามีปริมาณน้ำที่ต้องบริหารจัดการประมาณ 424 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

           ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ได้เร่งบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมไม่ให้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำท่าจีนมากเกินขีดความสามารถของระบบ โดยมีแนวทางสำคัญ คือ การบริหารจัดการน้ำแบบ “ก้างปลา” โดยใช้เครือข่ายคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำที่มีอยู่ให้สามารถรับและกระจายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเร่งผันน้ำเข้าสู่พื้นที่กักเก็บน้ำและบึงขนาดใหญ่ในพื้นที่ เช่น บึงฉวาก บึงลาดน้ำเตียน และแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำสาธารณะอื่น ๆ เพื่อชะลอและลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน สำหรับพื้นที่ทุ่งรับน้ำ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เตรียมใช้เป็นพื้นที่รองรับและชะลอน้ำโดยมีพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ทุ่งเจ้าเจ็ด สามารถรับน้ำเข้าสู่พื้นที่ประมาณ 32% และทุ่งโพธิ์พระยา ประมาณ 24% เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านเขตเมืองสุพรรณบุรี โดยภาพรวมจะเน้นการ “รับ–ผัน–กระจาย–กักเก็บ” น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ และเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำในช่วงที่มีน้ำหลาก พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์แบบวันต่อวัน

            นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอีก 3 พื้นที่ ได้แก่ ประตูระบายน้ำรางไซ ม.5 บ้านดอนต้นคราม ศาลารามใจ ม.13 บ้านสะแกย่างหมู และสุ่มปลายักษ์ ม.1 ต้นตาล อ.สองพี่น้องเพื่อพบปะเยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และรับฟังสถานการณ์น้ำในพื้นที่เพื่อเตรียมรับมือกับน้ำระลอกใหม่อีกด้วย

            โดยปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือแล้ว 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้าอำเภอสองพี่น้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอศรีประจันต์ อำเภอสามชุก อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภออู่ทอง อำเภอด่านช้าง และอำเภอหนองหญ้าไซ 2 เทศบาลเมือง 107 ตำบล 35 ชุมชน 933 หมู่บ้าน รวม 28,453 ครัวเรือน

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง