1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. ก
    3. ก
    4. ก
    5. C
    6. C
    7. C
    8. C
    9. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    10. แผนผังเว็บไซต์
    11. EN
    12. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
เกษตรฯ เตรียมรับน้ำลงใต้ พร่องเขื่อน–ระดมเครื่องสูบ ย้ำเตือนอพยพอย่ารอ พร้อมฟื้นอาชีพหลังน้ำลด
7 ต.ค. 2569
160
0
เกษตรฯเตรียมรับน้ำลงใต้
เกษตรฯ เตรียมรับน้ำลงใต้ พร่องเขื่อน–ระดมเครื่องสูบ ย้ำเตือนอพยพอย่ารอ พร้อมฟื้นอาชีพหลังน้ำลด

เกษตรฯ เตรียมรับน้ำลงใต้ พร่องเขื่อน–ระดมเครื่องสูบ ย้ำเตือนอพยพอย่ารอ พร้อมฟื้นอาชีพหลังน้ำลด

       นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบด้านการเกษตร พร้อมพิจารณาแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังเกิดภัย ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 123) และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงปลายฤดูมรสุม ซึ่งฝนกำลังเคลื่อนลงสู่ภาคใต้ โดยได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมในพื้นที่ ขณะที่กรมชลประทานเฝ้าระวังระดับน้ำทั้งในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำ พร้อมพร่องน้ำ ระบายน้ำ และเตรียมพื้นที่รับน้ำ อย่างไรก็ตาม หากฝนตกหนักกระจุกตัวต่อเนื่อง อาจเกินขีดความสามารถในการรองรับน้ำ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนของทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องรับมรสุมในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน และเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทันทีเมื่อได้รับคำเตือน หากมีประกาศให้อพยพจากพื้นที่เสี่ยงรุนแรง ขอให้ปฏิบัติโดยไม่ลังเล เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันดับแรก

                สำหรับการช่วยเหลือหลังเกิดภัย กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมคู่มือแนวทางปฏิบัติและซักซ้อมขั้นตอนกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาพื้นที่การเกษตรและผลผลิต โดยใช้อัตราใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด พร้อมแนะนำให้เกษตรกรถ่ายภาพเก็บหลักฐาน ทั้งภาพรวมของพื้นที่ ภาพบริเวณที่เสียหาย และภาพที่มีตัวเกษตรกรอยู่ด้วย เพื่อประกอบการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น ทั้งนี้ นายกฤษระบุว่า การดำเนินการช่วยเหลือมีกรอบระยะเวลาไม่เกิน 90 วันหลังภัยสิ้นสุด

              ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา บางปะกง แม่กลอง และท่าจีน พร้อมมอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังประสบภัย เพื่อให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้ พร้อมส่งกำลังใจให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และขอให้ประชาชนภาคใต้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในระยะถัดไป 

          “ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามคำเตือนของทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคใต้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงรับมรสุม หากมีประกาศให้อพยพ อย่าลังเลหรือรอจนสถานการณ์รุนแรง ขอให้เร่งออกจากพื้นที่ ส่วนการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมดำเนินการแล้ว ขอส่งกำลังใจให้เกษตรกรและประชาชนที่กำลังเผชิญอุทกภัยในขณะนี้” รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำ

        ด้านนายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า กรมชลประทานดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศและปริมาณน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนทั้งระยะยาวและระยะสั้น 3–7 วัน พร้อมตรวจสอบประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำ และเครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงเตรียมระดมอุปกรณ์จากภูมิภาคอื่นเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ ปริมาณฝนและช่วงเวลาที่ตกเป็นตัวแปรสำคัญ หากน้ำไหลเข้าเกินศักยภาพของลำน้ำและระบบระบาย ยังมีโอกาสเกิดน้ำท่วม จึงต้องเร่งระบายน้ำเพื่อลดระยะเวลาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ

              สำหรับหาดใหญ่ ระบบระบายน้ำรองรับได้รวมประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเป็นคลองระบายน้ำ ร.1 ประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคลองอู่ตะเภาประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยการซ่อมแซมโครงสร้างหลักและปิดจุดรั่วของคลอง ร.1 ดำเนินการแล้ว เพื่อให้รองรับน้ำได้ตามศักยภาพเดิม ส่วนงานคันถนนและองค์ประกอบอื่นยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามสัญญา พร้อมย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก และตรวจสอบวันเวลาของภาพหรือข่าวที่เผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน

             ขณะที่การประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ที่ประชุมได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดเตรียมช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลด ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ การฟื้นฟูพื้นที่ และเงินทุนประกอบอาชีพ โดยข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พบอุทกภัยกระทบภาคเกษตรสะสมตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม รวม 53 จังหวัด เกษตรกร 193,171 ราย แบ่งเป็นด้านพืช 157,605 ราย ประมง 12,832 ราย และปศุสัตว์ 22,734 ราย

              สำหรับการฟื้นฟูการเพาะปลูก กรมการข้าว เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวสำรอง 20,000 ตัน รองรับพื้นที่ประมาณ 1.3 ล้านไร่ อัตราไร่ละ 15 กิโลกรัม ไม่เกินรายละ 30 ไร่ เพียงพอต่อพื้นที่เสียหายที่รายงานขณะนี้ โดยเป็นพันธุ์ที่มีในสต๊อก ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมเมล็ดพันธุ์ผัก ต้นพันธุ์พืช และชีวภัณฑ์ พร้อมให้คำแนะนำหลังน้ำลด และประเมินความต้องการจากความเสียหายจริงเพื่อเสนอของบประมาณเฉพาะส่วนที่ขาด

          กรมวิชาการเกษตร เตรียมเมล็ดพันธุ์พืชไร่รองรับพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ และเมล็ดพันธุ์ผักอายุสั้นกว่า 150 ไร่ พร้อมประเมินสภาพดินและโรคพืช โดยเฉพาะสวนทุเรียนภาคตะวันออก ประสานลงทะเบียนรับต้นพันธุ์ฟื้นฟูสวน และเตรียมหน่วยวิศวกรรมเกษตรซ่อมเครื่องมือ โดยจะแจ้งจุดบริการต่อไป ขณะที่กรมหม่อนไหม เตรียมพันธุ์หม่อน 3,865 ต้น และไข่ไหม 800 แผ่น พร้อมสำรวจความเสียหาย ใช้ทรัพยากรจากแผนส่งเสริมปกติช่วยเหลือก่อน และเสนอขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมตามความจำเป็น

            ด้านกรมประมงเตรียมลูกพันธุ์ปลานิลฟื้นฟูอาชีพ เบื้องต้นรองรับเกษตรกรได้ 3,000 ราย จากผู้เสียหายประมาณ 12,000 ราย โดยให้ความสำคัญกับผู้ขึ้นทะเบียนที่จำเป็นต้องเร่งกลับมาประกอบอาชีพ พร้อมประเมินทรัพยากรและงบประมาณส่วนที่ขาด เพื่อเสนอของบกลางขยายความช่วยเหลือ

          กรมปศุสัตว์ส่งทีมสัตวแพทย์และนักส่งเสริมการปศุสัตว์ดูแลสุขภาพสัตว์ สนับสนุนเวชภัณฑ์ แร่ธาตุ วิตามิน และเฝ้าระวังโรค หลังพบสัตว์ได้รับผลกระทบ 14,272,781 ตัว ใน 29 จังหวัด พร้อมฟื้นฟูแปลงพืชอาหารสัตว์ สนับสนุนเสบียงซึ่งมีสำรอง 5,117 ตัน และมีคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล 344 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งร่วมเก็บกู้และกำจัดซากสัตว์เพื่อลดการแพร่เชื้อและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราที่ยังมีน้ำท่วมสูง พร้อมสำรวจความเสียหายและความต้องการรายครัวเรือน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาตามหลักเกณฑ์

          ส่วนกรมพัฒนาที่ดิน เตรียมแผนป้องกัน ลดผลกระทบ และฟื้นฟูพื้นที่เกษตร ปีงบประมาณ 2570 เป้าหมาย 50,000 ไร่ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ไม่น้อยกว่า 67 จังหวัด โดยวางแผนใช้ที่ดิน สำรวจ ออกแบบ และก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย การชะล้าง และดินโคลนถล่ม พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมขยายเวลาชำระหนี้แก่ผู้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ และสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์ผู้ประสบภัยพัฒนาอาชีพ รายละไม่เกิน 30,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี โดยจะสำรวจความต้องการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 และขยายเวลาหากภัยยังต่อเนื่อง

              ทั้งนี้ ที่ประชุมพิจารณาร่างคู่มือการให้ความช่วยเหลือฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในแนวทางเดียวกัน ให้ครอบคลุมการปฏิบัติงานก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังภัยสิ้นสุด ส่วนการช่วยเหลือด้วยเงินทดรองราชการ เกษตรกรต้องอยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือ ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัย มีความเสียหายตามหลักเกณฑ์ และผ่านการตรวจสอบรับรองข้อมูลก่อนเสนอพิจารณา

 

 

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง