“สรวุฒิ” ติดตามการขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดเงินเยียวยาน้ำท่วม เตรียมตั้งรับ PM2.5 และผลักดัน Big Data เกษตรฯ ให้เป็นรูปธรรม
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร โดยมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การประชุมติดตามงานนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้ มีหลายเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องขับเคลื่อนทันที โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีข้อสั่งการ 5 ข้อ ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย คือ 1) ช่วยเหลือเร็ว ยืนยันความโปร่งใส โดยใช้ฐานขอมูลทะเบียนเกษตรกรที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนเงินเยียวยา 2) ป้องกันวงจรหนี้นอกระบบ โดยประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงิน ในการพักชําระหนี้สิน สินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย โดยใช้กลไกสหกรณช่วยเสริมสภาพคล่องในพื้น 3) ฟื้นฟูให้เร็วและดีกว่าเดิม โดยเร่งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้ทนทานต่อภัยธรรมชาติ 4) เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด โดยจัดทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ ลงพื้นที่ควบคุมโรคระบาดพืชและสัตว์ทันที และ 5) เตรียมทำนาปรัง โดยวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ จัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพให้เพียงพอ และเฝ้าระวังศัตรูพืชตั้งแต่ต้นฤดูกาล
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 เพิ่มเติม โดยให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษสนับสนุนวงเงินสำหรับการผลิตรอบใหม่ ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว และที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร จากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 18 จังหวัด จากพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 55 จังหวัด
มีเกษตรกรได้รับความเสียหายทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวม 52,832 ราย วงเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 1,575.79 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมเสนอของบกลางเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป
ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ PM2.5 ผ่านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2569/70 โดยเฉพาะระยะเหลังการเก็บเกี่ยวและบริเวณพื้นที่สูง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 - พฤษภาคม 2570 โดยเตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม - พฤษภาคม 2570 และการจัดทำ Big Data ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีกรอบแนวคิดเชิงวิเคราะห์และแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เน้น 5 ด้านที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรให้เป็นรูปธรรมและนำไปใช้ได้จริง ได้แก่ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร, การวิเคราะห์ข้อมูล
อุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตร, การประเมินความเสี่ยงภัยแล้งและภัยพิบัติ, การประเมินความเปราะบางของเกษตรกร และการประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เป็นต้น โดยเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานทันที รวมถึงได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานพิจารณากรอบการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ด้วย