1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. ก
    3. ก
    4. ก
    5. C
    6. C
    7. C
    8. C
    9. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    10. แผนผังเว็บไซต์
    11. EN
    12. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ปลัดเกษตรฯ “รพีภัทร์” ผสานพลังโรงสี ลุย Big Data ฐานข้อมูลเดียว ปลดล็อกราคาข้าว บูรณาการ “ฟางข้าวทำไฟฟ้า” แก้ PM 2.5 ตรงจุด
23 ต.ค. 2569
53
0
ปลัดเกษตรฯ“รพีภัทร์”ผสานพลังโรงสีลุย
ปลัดเกษตรฯ “รพีภัทร์” ผสานพลังโรงสี ลุย Big Data ฐานข้อมูลเดียว ปลดล็อกราคาข้าว บูรณาการ “ฟางข้าวทำไฟฟ้า” แก้ PM 2.5 ตรงจุด

ปลัดเกษตรฯ “รพีภัทร์” ผสานพลังโรงสี ลุย Big Data ฐานข้อมูลเดียว ปลดล็อกราคาข้าว บูรณาการ “ฟางข้าวทำไฟฟ้า” แก้ PM 2.5 ตรงจุด 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมโรงสีข้าวไทย และสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายรังสรรค์ สบายเมือง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย นายมนัส กิจประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย นายนิพนธ์ สมิทธาพิพัฒน์ อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 123 เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปฏิรูปอุตสาหกรรมข้าวไทยแบบครบวงจรตามนโยบาย Quick Win ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุก ยกระดับจากการช่วยเหลือระยะสั้น ไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและรายได้ที่มั่นคงระยะยาวให้แก่เกษตรกร ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการผสานความร่วมมือระหว่างเกษตรกร โรงสี และภาครัฐอย่างใกล้ชิด

ในด้านการบริหารจัดการข้อมูลและการตลาด ที่ประชุมเห็นพ้องเร่งจัดทำ Big Data ด้านการเกษตรที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Single Data Set) บูรณาการข้อมูลร่วมกับ GISTDA และแอปพลิเคชัน FarmBook พร้อมปรับปรุงระบบขึ้นทะเบียนให้เกษตรกรแจ้งพันธุ์ข้าวตามความเป็นจริง เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลแม่นยำในการวางแผนช่วยเหลือได้ตรงจุด นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้รับข้อเสนอเพื่อนำไปประสานความร่วมมือกับสหกรณ์ทั่วประเทศ ในการเปิดพื้นที่ลานตากและตลาดกลาง ให้โรงสีหลายรายสามารถเข้าร่วมรับซื้อข้าวได้อย่างเสรีเพื่อเกิดการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยง MOU โดยตรงระหว่างสมาคมโรงสีข้าวกับศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งช่วยเพิ่มราคารับซื้อข้าวคุณภาพให้แก่เกษตรกรสมาชิกอีก 300 บาทต่อตัน

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ได้ขานรับข้อเสนอ 13 ข้อของสมาคมโรงสีข้าวไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหา PM 2.5 ด้วยการเตรียมประสานกระทรวงพลังงานสร้างแรงจูงใจ (Incentive) ให้โรงไฟฟ้าชีวมวลรับซื้อฟางข้าวจากเกษตรกรเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง รวมถึงการเร่งสำรองเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ล็อตแรกไม่น้อยกว่า 10 ตัน และทบทวนมาตรฐานข้าวพื้นนุ่มร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเปิดทางให้โรงสีและผู้ส่งออกแยกเกรดข้าวเจาะตลาดพรีเมียมได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ เพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นที่ปรึกษา เพื่อขับเคลื่อนแปลงนำร่อง “Sandbox นาแปลงใหญ่ไร้คันนา 100 ไร่” ในเขตชลประทาน ร่วมกับเอกชนผู้ให้บริการเทคโนโลยี (Service Providers) นำพันธุ์ข้าวศักยภาพสูง กข 113 และ กข 85 มาปลูกในรอบพฤศจิกายนนี้ ตั้งเป้าดันผลผลิตพุ่งสูงถึง 1.5 ตันต่อไร่ เพื่อพิสูจน์ตัวเลขต้นทุนและกำไรที่ชัดเจน พร้อมติดตามผลต่อเนื่องทุก 3 เดือน

การขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ยึดมั่นภายใต้วิสัยทัศน์ “ตลาดนำการผลิต ตลาดนำการวิจัย สินค้าเกษตรปลอดภัย มูลค่าสูง” โดยมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การใช้ Big Data วางแผนเพาะปลูก การสร้างกลไกตลาดกลางสหกรณ์เพื่อความเป็นธรรมด้านราคา ไปจนถึงการเปลี่ยนเศษวัสดุการเกษตรเป็นพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมเดินหน้าการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนผลงาน Quick Win ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทยได้อย่างแท้จริง

 

 

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง