ปลัดเกษตรฯ ประชุม USABC และยักษ์ใหญ่เอกชนสหรัฐฯ ผลักดันการขยายร่วมมือด้านการค้า ดันเกษตรนวัตกรรมยั่งยืน พร้อมย้ำจุดยืนนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ต้องรับซื้อของเกษตรกรไทยในราคายุติธรรม (fair price) ให้หมดก่อน ห้ามกระทบผลผลิตในประเทศ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือทางการเกษตรกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) นำโดยนายปราบ เพียรสกุล พร้อมผู้แทนบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ Cargill, Tyson Foods, PepsiCo, Reckitt, Boeing และ Vriens & Partners โดยมีนายพงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายรักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยปลัดเกษตรฯ ได้แสดงความยินดีในความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับภาคเอกชนสหรัฐฯ พร้อมชูความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารในโลกปัจจุบัน ตลอดจนเน้นย้ำจุดยืนสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยภายในประเทศ โดยกำชับว่าการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเหลือง) ภาคเอกชนจะต้องรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรไทยในราคาที่เป็นธรรมเป็นลำดับแรก และต้องบริหารจัดการให้อยู่ในช่วงนอกฤดูกาลเก็บเกี่ยวของไทยเท่านั้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาผลผลิตภายในประเทศ
ด้านนายพงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงข้อมูลด้านฤดูกาลเก็บเกี่ยวว่า ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยประมาณ 70% เป็นผลผลิตรุ่นฤดูฝน ซึ่งออกสู่ตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน ดังนั้น การบริหารจัดการการนำเข้าจึงจำเป็นต้องวางแผนและกำหนดช่วงเวลาร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพืชผลเกษตรภายในประเทศ
ด้านภาคเอกชนสหรัฐฯ นำโดยนายสุเกียรติ กิตติธรรมโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท คาร์กิลล์ ประเทศไทย ได้ขอบคุณกระทรวงเกษตรฯ ที่ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ พร้อมยืนยันจะงดนำเข้าในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหลักของไทย โดยจะวางแผนนำเข้าเมื่อผลผลิตในประเทศเริ่มขาดแคลน เพื่อร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทย ขณะที่นายทอดด์ เมนอตติ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประสานงานภาครัฐระดับนานาชาติ บริษัท ไทสัน ฟู้ดส์ ได้นำเสนอโครงการ Regenerative Corn Initiative ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวโพดอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูดิน และลดปัญหา PM2.5 พร้อมกล่าวขอบคุณภาครัฐที่ให้ความช่วยเหลือด้านแรงงานต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์
สำหรับการขยายการส่งออกสินค้าสัตว์ปีกตามที่ภาคเอกชนได้ร้องขอ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมอำนวยความสะดวกในการติดตามและเร่งเจรจาหารือกับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เช่น จีน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อผลักดันสินค้าเนื้อไก่ไทยสู่ตลาดต่างประเทศโดยเร็ว
ช่วงท้ายของการประชุม สภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (AMAF) ครั้งที่ 49 ในปี 2570 พร้อมเสนอจัดโครงการ Farm to Table Initiative ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ส่งเสริมผลิตภาพทางการเกษตร ความปลอดภัยทางอาหาร และการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล