ธนาคารสินค้าเกษตร
16 เม.ย. 2560
2,640
.
 

 

แผนงานธนาคารสินค้าเกษตร

ธนาคารสินค้าเกษตร คือ ธนาคารที่ทำหน้าที่รับฝาก และถอน (สินค้าเกษตร) หรือยืม และส่งคืน (สินค้าเกษตร)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

        เกษตรกรสามารถนำสินค้าเกษตรมาฝากไว้ เพื่อชะลอสินค้าเกษตรให้เข้าสู่ตลาดตามความต้องการของตลาด เป็นเสมือนแก้มลิงของสินค้าเกษตร (ในกรณีธนาคารมีพื้นที่เก็บสินค้าเกษตร) ในฤดูการผลิตที่ผลผลิตทางการเกษตรมีมาก เกินความสามารถของผู้บริโภคจะนำไปใช้ได้ เมื่อสินค้าเกษตรมีราคาดีขึ้น เกษตรกรจึงถอนสินค้าเกษตรนั้น ๆ ออกขายสู่ตลาด เกษตรกรจะได้ราคาสูงขึ้น

การดำเนินงาน

หน่วยงานที่มีการดำเนินการธนาคารสินค้าเกษตร ปัจจุบันมี 6 หน่วยงาน คือ

1. กรมส่งเสริมสหกรณ์
    - ธนาคารโคนมทดแทนฝูง
    - ธนาคารข้าว
2. กรมการข้าว
    - ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน
3. กรมพัฒนาที่ดิน
    - ธนาคารปุ๋ยอินทรีย์
4. กรมปศุสัตว์
    - ธนาคารโค
    – กระบือ
5. กรมประมง
    - ธนาคารพันธุ์ปลา
6. กรมหม่อนไหม
    - ธนาคารหม่อนไหม

โดยมีการดำเนินการในช่วงฤดูการผลิต ของแต่ละสินค้าเกษตร

Q & A
1. Q: ทำไมต้องมีธนาคารสินค้าเกษตร 
  A: ต้องมีเพราะจะช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่สินค้าเกษตร โดยธนาคารจะรับฝากและถอน(สินค้าเกษตร) หรือ ยืมและส่งคืน (สินค้าเกษตร)
2. Q: เกษตรกรได้อะไรจากธนาคารสินค้าเกษตร 
  A: เกษตรกรนำสินค้าเกษตรสามารถมาฝากไว้  เพื่อชะลอสินค้าเกษตรให้เข้าสู่ตลาดตามความต้องการของตลาด  เป็นเสมือนแก้มลิงของสินค้าเกษตร (ในกรณีธนาคารมีพื้นที่เก็บสินค้าเกษตร)  ในฤดูการผลิตที่ผลผลิตทางการเกษตรมีมาก เกินความสามารถของผู้บริโภคจะนำไปใช้ได้ เมื่อสินค้าเกษตรมีราคาดีขึ้น เกษตรกรจึงถอนสินค้าเกษตรนั้น ๆ ออกขายสู่ตลาด เกษตรกรจะได้ราคาสูงขึ้น
3. Q: มีหน่วยใดบ้างของ กษ. ทำภารกิจธนาคารสินค้าเกษตร 
  A: ปัจจุบันมี 6 หน่วยงาน คือ
1. กรมส่งเสริมสหกรณ์ - ธนาคารโคนมทดแทนฝูง - ธนาคารข้าว
2. กรมการข้าว - ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน
3. กรมพัฒนาที่ดิน - ธนาคารปุ๋ยอินทรีย์
4. กรมปศุสัตว์ - ธนาคารโค – กระบือ
5. กรมประมง - ธนาคารพันธุ์ปลา
6. กรมหม่อนไหม - ธนาคารหม่อนไหม
ดำเนินการในช่วงฤดูการผลิต ของแต่ละสินค้าเกษตร
4. Q: ธนาคารสินค้าเกษตรเชื่อมโยงกับนโยบายอื่นในกระดาษ A4 อย่างไร 
  A: เป้าหมายสุดท้ายของนโยบายทั้ง 9 เรื่อง (13 แผนงาน) คือ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น มีความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร มีรายได้เพิ่มขึ้น และหนี้สินลดลง ซึ่งทั้งหมดนี้มาจาก สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ มีตลาดรองรับ มีต้นทุนต่ำ และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ธนาคารสินค้าเกษตรสามารถเชื่อมโยงกับนโยบายหลักได้ เมื่อรู้ปริมาณ ระยะเวลาผลผลิตสินค้าเกษตรออกสู่ตลาด และคุณภาพของสินค้าเกษตร เพื่อวางแผนชะลอการออกสู่ตลาดพร้อมกันของสินค้าเกษตร โดยการฝากและถอนในเวลาที่เหมาะสม และจัดเตรียมปัจจัยการผลิตของแต่ละสินค้าเกษตร ที่ธนาคาสามารถให้บริการได้  โดยการยืมและนำมาคืนในราคาที่ถูกกว่าเกษตรกรดำเนินการด้วยตนเอง