กรมวิชาการเกษตร ยืนยันแหล่งปลูกกล้วยหอมนักลงทุนจีนผลวิเคราะห์ปลอดสารเคมีตกค้าง ยังปลูกพืชอื่นได้ เผยสวนกล้วยหอมจีนไม่ได้ใช้สารเคมีต้องห้าม
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยกรณีมีข่าวว่าพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดเชียงราย เช่น อ.เวียงแก่น อ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน กำลังประสบปัญหาการปนเปื้อนสารเคมีจากสวนกล้วยของนักลงทุนจีนซึ่งใช้สารเคมีในปริมาณสูงส่งผลกระทบให้พื้นดินดังกล่าวไม่สามารถปลูกพืชชนิดอื่นๆ ได้ และมีการใช้สารเคมีบางชนิดที่ประเทศไทยห้ามใช้ นั้น ได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่า การปลูกกล้วยหอมของนักลงทุนจีนพบที่ อ.พญาเม็งรายเพียงแห่งเดียว ส่วนในอีก 3 อำเภอไม่พบการปลูกกล้วยหอมของจีนตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ภายในสวนปลูกกล้วยหอมของจีนจากการตรวจสอบพบว่ามีการบริหารจัดการสวนกล้วยหอมในลักษณะ Contract Farming และทำสัญญาเช่าที่ดินเป็นรายปี มีการปฏิบัติดูแลโดยมีผู้จัดการสวนชาวจีนเป็นผู้กำกับดูแลการเบิกจ่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร มีการจ้างแรงงานในการเพาะปลุก ดูแล เก็บเกี่ยว และบรรจุหีบห่อ
การปลูกกล้วยหอมของนักลงทุนชาวจีนมีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้แก่ สารเคมี ฟิโปรนิล เพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูที่เข้าทำลายหน่อกล้วยหอม สารกำจัดวัชพืชพาราคลอตไตคลอไรด์ สารเคมีไซเปอร์เมทริน กำจัดแมลงศัตรูกล้วยหอมหลังปลูก และสารเคมีโปรคลอราช ป้องกันกำจัดโรคศัตรูกล้วยหอมที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งสารเคมีดังกล่าวเป็นสารเคมีที่ได้มีการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้ใช้ได้ หลังจากเริ่มปลูกประมาณ 9 – 1 0 เดือนจึงจะได้ผลผลิตและส่งไปจำหน่ายที่จีนทั้งหมด โดยมีผู้ซื้อชาวจีนมาซื้อถึงสวน ซึ่งผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพจะใช้วิธีการกำจัดโดยการฝังกลบ หรือให้คนงานนำไปจำหน่ายได้
นอกจากนี้ จากการที่เจ้าหน้าที่ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อส่งวิเคราะห์สารพิษตกค้างในดิน น้ำ พืช ผลการวิเคราะห์ไม่พบสารพิษตกค้างแต่อย่างใด ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงสามารถปลูกพืชชนิดอื่นได้