วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 8.30 น. นายสรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 1 และส่วนกลาง เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรชุดที่ 13 (จังหวัดปทุมธานีและสระบุรี) มีนางสาวลัดดา วิริยางกูร ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการรับรองข้าว กรมการข้าว เป็นคณะทำงานและเลขานุการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานจังหวัด กระทรวงมหาดไทย สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด และเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าภายใน สาระสำคัญเพื่อติดตามกำกับ ดูแลและแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เน้นการบูรณาการระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ สอดคล้องตามแนวทางที่คณะอนุกรรมการกำกับติดตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวกำหนด และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะอนุกรรมการฯ ต่อไป โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร การส่งเสริมการปลูกข้าวปี 2560/61 รอบที่ 2 เพื่อควบคุมพื้นที่การปลูกข้าวไม่ให้เกินเป้าหมายที่กำหนด พื้นที่เป้าหมายจังหวัดปทุมธานีรวม 271,895 ไร่ (ข้าวหอมปทุม 6,180 ไร่ และข้าวเจ้า 265,715 ไร่) จากผลการสำรวจดำเนินการแล้ว 188,317 ไร่ (70%)
2. การปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวปี 2560/61 รอบที่ 2 เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 61 ปทุมธานีมีเป้าหมาย 310 ไร่ จำนวนเกษตรกร 27 ราย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการระดับตำบลและอำเภอ ยังไม่มีการจ่ายค่าชดเชย การปลูกพืชปุ๋ยสด ฤดูนาปรัง ปี 61 ปทุมธานีมีเป้าหมาย 266 ไร่ จำนวนเกษตรกร 19 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการไถเตรียมดินครั้งที่ 1 ได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ไปแล้ว และการจ่ายค่าชดเชยไถเตรียมดิน ธกส. กำลังดำเนินการในระบบ การส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ ฤดูนาปรัง ปี 61 และการติดตามการขยายผลในกิจกรรมต่างๆ
3. แบบรายงานผลการตรวจติดตาม (Checklist) การปฏิบัติงานของพื้นที่ภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/61 โดยให้รายงานผลไปยังเกษตรจังหวัดทุกเดือนเพื่อจะได้รวบรวมรายงานไปยังส่วนกลางต่อไป
4. ปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงาน มี 2 ข้อ คือ โครงการด้านการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวได้รับการอนุมัติล่าช้า และการจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรทำตามปีการผลิต แต่ดำเนินการตามปีงบประมาณ ทำให้การรายงานผลเหลื่อมกัน
ทั้งนี้ เพื่อให้การผลิตมีปริมาณผลผลิตสอดคล้องกับความต้องการตลาด ตามหลัก "การตลาดนำการผลิต" ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกพืชทดแทน ระหว่างลดรอบการทำนาตามมาตรการของรัฐ ลดความเสี่ยงเรื่องราคาข้าวตกตำ่ สามารถขายข้าวได้ราคาดี เกษตรกรมีโอกาสเรียนรู้การเพาะปลูกพืชชนิดอืนที่หลากหลาย มีรายได้จากการปลุกพืชชนิดอื่น และเป็นกิจกรรมทางเลือกให้เกษตรกรตัดสินใจลดรอบทำนาในระยะยาวต่อไป
ณ ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น5 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี