ตกลง
“รมช. มนัญญา” ลุยฝน ตรวจพื้นที่ คทช. ตําบลระบํา อําเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
2 ก.ย. 2562
87
0
ตรวจพื้นที่ คทช.
“รมช.มนัญญา”ลุยฝนตรวจพื้นที่คทช.ตําบลระบํา
“รมช. มนัญญา” ลุยฝน ตรวจพื้นที่ คทช. ตําบลระบํา อําเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

“รมช. มนัญญา” ลุยฝน ตรวจพื้นที่ คทช. ตําบลระบํา อําเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เดินหน้าพัฒนาอาชีพเกษตรกรลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเปิดตลาดสินค้าเกษตรกร หนุนสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้สหกรณ์ในชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน

         วันนี้ (30 สิงหาคม 2562)  นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด “การตรวจเยี่ยมราชการในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)ในพื้นที่ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี” ณ สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ว่า การตรวจเยี่ยมราชการในครั้งนี้ เพื่อติดตามการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของสมาชิกที่ได้รับการจัดที่ดินทํากินเพื่อชุมชน การพัฒนาให้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางการตลาด การผลิต และการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงให้เป็นที่พึ่งของเกษตรกรสมาชิก เพื่อให้เกษตรกรและชุมชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตรกรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานเอกชนและรัฐวิสาหกิจ โดยจะร่วมกันกำหนดแนวทางในการบูรณาการการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานทั้งระดับพื้นที่ และระดับกรม ที่จะตอบสนองงานเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องสาคัญ ๆ และสนับสนุนภาคเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง

       “ตามที่นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินให้แก่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ที่ผ่านมานั้น ในวันนี้ได้มาติดตามผลการดำเนินงานและเก็บรวบรวมความเป็น“อุทัยธานีโมเดล” ที่มีการส่งเสริมการผลิตแบบครบวงจร มีการรวมกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง จนกระทั่งสหกรณ์ได้มีการเปิด “ตลาดสินค้าเกษตรกร”ในวันนี้ ที่มุ่งส่งเสริมด้านการแบ่งปัน การกระจายรายได้ และการปลูกผักปลอดภัย ทำให้เกษตรกรมีแหล่งจำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งหลังจากที่กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนด้านการพัฒนาอาขีพให้กับสมาชิกสหกรณ์  จนถึงขณะนี้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง ซึ่งภาครัฐเป็นเพียงผู้เริ่มต้น ความสามัคคีกลมเกลียวอยู่ที่สหกรณ์เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยเกษตรกรคือผู้กำหนดทุกอย่าง ไม่ใช่กระทรวงฯ เป็นผู้กำหนด เพราะต่อให้กระทรวงฯกำหนดแต่เกษตรกรไม่ให้ความร่วมมือ การดำเนินงานย่อมขับเคลื่อนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกรในการส่งเสริมองค์ความรู้ ช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาด ทุกแปลง ทุกจังหวัดในประเทศไทย หากมีสหกรณ์แห่งใดต้องการความช่วยเหลือ ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็พร้อมที่จะสนับสนุนในทุกด้าน” นางสาวมนัญญา กล่าว

          สำหรับสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี มีการแบ่งพื้นที่โครงการฯออกเป็น 8 โซน หรือ 8ชุมชน จำนวน 486 แปลง โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเพื่ออยู่อาศัย เนื้อที่ 0-1-50 ไร่ และเป็นแปลงเกษตรเพื่อทำกิน 4-2-50 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินสร้างบ้าน 150 ตารางวา พื้นที่ให้สหกรณ์ฯ สำหรับใช้ประโยชน์จำนวน 50 ไร่ และเพื่อให้สหกรณ์สามารถดำเนินกิจการได้ตามเป้าหมาย กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงให้การสนับสนุนสร้างอาคารเอนกประสงค์ 1 หลัง พร้อมจัดจ้างเจ้าหน้าที่ดำเนินงานโครงการ จำนวน 1 อัตรา สนับสนุนโรงผลิตอาหารพร้อมห้องน้ำ 1 แห่ง และสนับสนุนเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ จำนวน2,000,000 บาท  ควบคู่กับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพผ่านระบบสหกรณ์ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ปลูกพืชผักพืชไร่ ทำประมง และปศุสัตว์ ต่อมาทางสหกรณ์ได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกปลูกผักปลอดภัย (ส่งบริษัท โลโบ้) ได้แก่ ปอญี่ปุ่นกระเจี้ยบ และพริก ส่วนหนึ่งปลูกหญ้าเนเปียร์ ส่งจำหน่ายสหกรณ์นิคมลานสัก จำกัด เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์จำหน่ายให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน

         หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรที่ใช้แนวทางการทำเกษตรผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของสมาชิกสหกรณ์ปฏิรูปที่กินระบำ จากนั้นไปตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตปลูกผักของของสหกรณ์นิคมลานสัก จำกัด พร้อมทั้งทำพิธีเปิดป้ายตลาดสินค้าเกษตรกร ของสหกรณ์นิคมลานสัก โดยตลาดสินค้าเกษตรกรจัดตั้งขึ้นเพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งซื้อ-ขาย สินค้าเกษตรส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา และการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ช่วยให้เกษตรกรยกระดับราคาสินค้าเกษตรของตน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกินดีอยู่ดี มีรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป