1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ชป.ย้ำทุกโครงการฯบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับฝนที่ตก ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด
14 ก.ค. 2566
261
0
ชป.ย้ำทุกโครงการฯบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับฝนที่ตก
ชป.ย้ำทุกโครงการฯบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับฝนที่ตก ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด

           นายประพิศ  จันทร์มา  อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (13 ก.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 38,363 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก  37,974 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ  10,077 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ  14,794 ล้าน ลบ.ม. จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาถึงสถานการณ์เอลนีโญ ที่จะส่งผลให้ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ และยาวนานไปจนถึงต้นปีหน้า กรมชลประทาน จึงได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ตั้งแต่ช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา  ด้วยการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด   พร้อมวิเคราะห์และคาดการณ์ปริมาณน้ำรายสัปดาห์  เพื่อนำข้อมูล/สถิติที่ผ่านมา มาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด  รวมทั้งใช้ระบบชลประทานในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ   

          ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน  จะมีปริมาณฝนตกชุกหนาแน่นและมีโอกาศสูงที่จะเกิดพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่   ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณน้ำท่าทั้งในลำน้ำสายหลัก  และลำน้ำสาขา  อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลับและน้ำล้นตลิ่งได้ แม้ในขณะนี้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์เอลนีโญก็ตาม   เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากและภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น  จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทาน  โครงการก่อสร้าง รวมไปถึงสำนักเครื่องจักรกล โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่เป็นจุดรองรับน้ำจากทางตอนบน   ให้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด  นำข้อมูลมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมทั้ง 2 มิติ  และสอดคล้องกับสถานการณ์   ร่วมกันบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่ โดยใช้ระบบชลประทานในการรับน้ำและระบายน้ำให้เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน  อย่างเป็นระบบและเต็มศักยภาพ  พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการในการเตรียมพร้อมความรับมือสถานการณ์น้ำ ตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝน ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)  กำหนด  สู่ 6 แนวทางปฏิบัติของกรมฯ อย่างเคร่งครัด  ตรวจสอบอาคารชลประทาน ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ  พิจารณาปรับการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์   หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำรวมทั้งขุดลอกคลองอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  เพื่อให้การระบายน้ำทำได้ดียิ่งขึ้น  รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง  พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสามารถเข้าช่วยพื้นที่ได้อย่างทันท่วงทีและกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว  ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่นทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรและประชาชนให้ได้มากที่สุด

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง