1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
“รมว.เฉลิมชัย” สั่งฝนหลวงฯ ลุยช่วยพื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำต่อเนื่อง หลังเอลนีโญ กระทบฝนตกน้อยหลายพื้นที่  และจัดโครงการ “โปรยเมล็ดพันธุ์พืชสร้างผืนป่า เสริมความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรร
27 ก.ค. 2566
226
0
“รมว.เฉลิมชัย”สั่งฝนหลวงฯลุยช่วยพื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำต่อเนื่อง
“รมว.เฉลิมชัย” สั่งฝนหลวงฯ ลุยช่วยพื้นที่เกษตร-อ่างเก็บน้ำต่อเนื่อง หลังเอลนีโญ กระทบฝนตกน้อยหลายพื้นที่  และจัดโครงการ “โปรยเมล็ดพันธุ์พืชสร้างผืนป่า เสริมความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรร

           ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และเป็นช่วงที่พืชโดยเฉพาะข้าวมีความต้องการน้ำ จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ฝนตกน้อยและขาดแคลนน้ำสำหรับการเพาะปลูก การอุปโภคบริโภค

          นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการปรับแผนตามสถานการณ์ความต้องการน้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีจำนวนผู้ขอรับบริการฝนหลวง (ข้อมูล ณ 19 ก.ค. 2566) จำนวน 955 แห่ง ครอบคลุม 64 จังหวัด และปัจจุบันกรมฝนหลวงฯ มีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลงวงกระจายทั่วทุกภูมิภาค จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก แพร่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ ลพบุรี กาญจนบุรี สระแก้ว หัวหิน สุราษฎร์ธานี ใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 25 ลำ และเครื่องบินของกองทัพอากาศสนับสนุนอีกจำนวน7 ลำ บินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องทุกวัน เมื่อสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งผลปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 20 กรกฎาคม 2566 มีการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวง 131 วัน 3,034 เที่ยวบิน มีรายงานฝนตก 66 จังหวัด พื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 173.94 ล้านไร่ มีฝนตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 240 แห่ง (เขื่อนขนาดใหญ่ 33 แห่ง และเขื่อนขนาดกลาง 207 แห่ง) ทั้งนี้ มีแผนปฏิบัติการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ เพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรม และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้เขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสำรองไว้เป็นน้ำต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งถัดไปถึงเดือนกันยายนนี้

          นายสุพิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในโอกาสที่สัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์มหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 ทางกรมฝนหลวงฯ ได้มีการจัดโครงการด้านส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ชื่อว่า โครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช สร้างผืนป่า เสริมความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์และพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดเกี่ยวกับ “ศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้สร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพิ่มโอกาสการให้เกิดฝนและการปฏิบัติการฝนหลวง รวมถึงเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าในการดำรงชีวิต และการใช้ประโยชน์สำหรับชุมชน

          สำหรับการดำเนินการโครงการฯ จะเป็นการร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย การวางแผนกำหนดพื้นที่การโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ได้รับความร่วมมือจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชและกิจกรรมปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์พืช ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์จากกรมป่าไม้ และจัดกิจกรรมปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์ฯ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนทั่วไป โดยจะมีการส่งต่อให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละภูมิภาคเพื่อนำไปใช้ในการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศต่อไป และในส่วนการปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละภูมิภาค
รับเมล็ดพันธุ์พืชที่ทำการปั้นหุ้มดิน และดำเนินการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชหลังจากการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในแต่ละภูมิภาค ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง ตุลาคม 2566 โดยในปีนี้กำหนดพื้นที่อุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ (1) อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จังหวัดเชียงใหม่ (2) อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก (3) อุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี (4) อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคํา จังหวัดหนองบัวลำภู (5) อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ (6) อุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ (7) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่          จังหวัดชลบุรี และ (8) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีซึ่งจะเป็นการสร้างความสมบูรณ์ในพื้นที่ป่าไม้ เพื่อเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำและชุมชนรวมทั้งสร้างแหล่งอาหารสัตว์ป่า ในพื้นที่ป่าไม้ที่ดำเนินการอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความสามัคคีของทุกภาคส่วน ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย นายสุพิศ กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง