เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุม the 7th ASEAN - China Agricultural Cooperation Forum ณ นครหนานหนิง มณฑลกว่างซี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นมณฑลกว่างซี เป็นเจ้าภาพ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประธาน
เป้าหมายของการประชุมในครั้งนี้ คือ การสนองต่อแผนปฏิบัติการ ASEAN China Plan of Action on Green Agricultural Development 2023-2027 ซึ่งไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน มีความจำเป็นในการแสดงวิสัยทัศน์และมีส่วนร่วมของแผนปฏิบัติการฯ ซึ่งจะส่งผลให้ไทยรักษาบทบาทและความสำคัญในเวทีระดับภูมิภาคต่อไป โดยรายชื่อผู้เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย (1) นาย Tang Renjian รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทจีน (2) นาย Ma Youxiang รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทจีน (3) นาย Lan Tianli ผู้ว่าการมณฑลกว่างซี (4) นาย Min Naung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทานเมียนมา (5) นาย Dith Tina รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงกัมพูชา (6) นาย Kykeo Singnavong รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและป่าไม้ลาว (7) นาย Chan Foong Hin รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารมาเลเซีย และ (8) นาย Phung Duc Tien รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทเวียดนาม
นาย Tan Renjian กล่าวว่า จีนได้ดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร โดยมีผลดำเนินการที่เป็นรูปธรรม จากการยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ส่งผลให้ผลผลิตด้านการเกษตรของจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจีนได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและประสบการณ์ผ่านกรอบความร่วมมือแบบทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศอาเซียนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ณ ตอนนี้ รัฐบาลจีนพร้อมจะตอบสนองต่อแผนปฏิบัติการ ASEAN - China Plan of Action on Green Agricultural Development 2023-2027 โดยเสนอให้จีนและประเทศอาเซียนร่วมกันผลักดันความร่วมมือใน 4 ด้าน ประกอบด้วย (1) การเชื่อมโยงทางนโยบาย (2) การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและแอพริเคชั้น (3) การค้าสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ในรูปแบบ Win-Win และ (4) การยกระดับการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมระดับประชาชน
นายเศรษฐเกียรติ ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร อันมีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนบนโลก ซึ่งปัจจุบัน ห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตรและอาหารโลกถูกท้าทายอย่างหนักจากปัจจัยที่ยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดปรากฎการณ์ อาทิ El Nino ดินถล่ม และพายุโซนร้อน ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงอย่างชัดเจน ไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศเกษตรกรรมขนาดใหญ่ในภูมิ เล่งเห็นความจำเป็นในการร่วมกับทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน-จีน ในการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารในมีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้สามารถส่งต่อโลกที่มีปัจจัยพื้นฐานด้านอาหารที่มั่นคงให้แก่ลูกหลานยุคต่อไป โดยนายเศรษฐเกียรติกล่าวปิดท้ายด้วยคำว่าขอบคุณเป็นภาษาจีน แสดงออกถึงมิตรไมตรีระหว่างไทยและจีนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ฝ่ายจีนพอใจเป็นอย่างมาก และได้รับการปรบมือจากผู้เข้าร่วมจากทุกประเทศ