1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ประกาศ “ปี 2566 ปีแห่งเทคโนโลยีเกษตรไทย”
4 ม.ค. 2566
1,562
0
ประกาศ “ปี 2566 ปีแห่งเทคโนโลยีเกษตรไทย” “อลงกรณ์” เดินหน้าจัดตั้งศูนย์ AIC อำเภอและตำบลทุกจังหวัดเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรเป็นคานงัดปฏิรูปภาคเกษตรครั้งใหญ่
ประกาศ “ปี 2566 ปีแห่งเทคโนโลยีเกษตรไทย”
ประกาศ “ปี 2566 ปีแห่งเทคโนโลยีเกษตรไทย”

            นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลออนไลน์ ZOOM Cloud Meeting ครั้งที่ 1/2566 วันนี้ (4 ม.ค. 66) ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารชั้นนำของโลก หรือครัวของโลก (Kitchen of the World) ดังนั้น การพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand ) จึงเป็นคานงัดที่สำคัญในการสร้างจุดเปลี่ยนให้กับภาคเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ จึงขอให้ปี 2566 เป็นปีแห่งเทคโนโลยีเกษตรไทย เพื่อยกระดับการพัฒนาภาคเกษตรและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่เป้าหมาย 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง สอดคล้องกับหมุดหมายเกษตรมูลค่าสูง (Value Shifted) ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13  

            โดยจะมีการพัฒนาโครงสร้างและระบบใหม่ในปีนี้ ได้แก่

            1. ในระดับประเทศ โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และคณะกรรมการบริหารศูนย์ AIC ในระดับประเทศ จะเป็นแกนหลักในการจัดตั้งสร้างองค์กรเครือข่ายความ ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวิจัยและพัฒนา วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ภาควิชาการ และสถาบันเกษตรกรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมและข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนการส่งเสริมการค้าการลงทุน การอบรมบ่มเพาะ และถ่ายทอดองค์ความรู้

            2. ในระดับจังหวัด โดยการเพิ่มความร่วมมือ ระหว่างศูนย์ความเป็นเลิศ (AIC ประเภท Center of Excellence : CoE) 23 ศูนย์ กับศูนย์ AIC ระดับพื้นที่ (AIC area based) ทั้ง 77 จังหวัด เนื่องจากศูนย์ความเป็นเลิศจะมีความรู้เฉพาะด้าน เป็นองค์ความรู้ความสามารถระดับไทยระดับโลก จำเป็นที่จะต้องให้มีการแลกเปลี่ยน ร่วมมือ และถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะด้านลงสู่ระดับพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ลงไปใช้ใน 77 จังหวัด จึงให้มีการจัดประชุมร่วมในเดือนหน้า เพื่อวางแนวทางความร่วมมืออย่างเป็นระบบ

            3. ในระดับอำเภอ จัดตั้งศูนย์ AIC อำเภอขึ้นในสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจากศูนย์ระดับจังหวัด มาสู่ระดับอำเภอ รวมถึงศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 23 ศูนย์ด้วย เพื่อให้องค์ความรู้สามารถลงสู่พื้นที่ได้ทุกระดับ

            4. ในระดับตำบล ให้ดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์ AIC ในระดับตำบลที่ อบต.หรือเทศบาล ตำบล ขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล 7,255 ตำบล โดยให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ที่มีอยู่ 882 แห่ง รวมทั้งเครือข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ เป็น AIC Station สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับหมู่บ้าน ตำบล ชุมชน ใน 76 จังหวัด และ 50 เขตใน กทม.

            5. จัดตั้ง “อาสา AIC” ตำบล ดำเนินการเปิดรับสมัคร หรือคัดสรร อาสา AIC ตำบลละอย่างน้อย 1 คน โดยสรรหาจาก Young Smart Farmer และ Smart Farmer และเปิดรับสมัครผู้ที่มีความสนใจและมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม ในการเดินหน้าร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมในพื้นที่ของตนเอง

            6. การจัดทำระเบียบกระทรวงว่าด้วยการบริหาร AIC เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

            ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ดังนี้

            1. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีความก้าวหน้าการดำเนินงานการจัดทำ Big Data ด้านเกษตร ระดับจังหวัด มีการตั้งคณะทํางานภายในสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เพื่อขับเคลื่อนการจัดทํา Big Data ด้านการเกษตร ซึ่งขณะนี้ (ม.ค. - ก.พ. 66) อยู่ในช่วงของการวิเคราะห์ผลการสํารวจและจัดลําดับความสําคัญ คาดว่าหน่วยงานในพื้นที่จะสามารถใช้ประโยชน์จาก Dashboard ที่สมบูรณ์แล้ว ภายในเดือน ก.ย.66 และผลการดำเนินงานแนวทางการบูรณาการ Application (Super App) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปัจจุบันที่ให้บริการอยู่ในรูปแบบของ Web Application Mobile Application และระบบการบริการภาครัฐ ที่ได้ถูกแปลงให้เป็นดิจิทัลแล้ว มีจํานวน 175 บริการ โดยวางแนวทางดังนี้ 1) พัฒนา Application ที่มีความสามารถเฉพาะอย่าง ตามภารกิจ ของหน่วยงาน 2) พัฒนา Application ที่มีเป็นศูนย์รวมการให้บริการ ที่เกษตรกร สามารถติดตั้งใช้งาน โดยไม่ใช้ทรัพยากรมาก โดยการเรียกใช้บริการจะดําเนินการผ่าน API ที่แต่ละหน่วยงานจัดเตรียมไว้ และมีระบบการยืนยันตัวตนที่เป็นมาตรฐานร่วมกัน 3) ระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูล National Single Window (NSW) หน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 5 หน่วยงาน  57 บริการ คือ  e-Payment และ e-Signature

            2. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานความก้าวหน้าของการวิจัยและพัฒนาเครื่องเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง โดยมีการพัฒนาและวิจัยเครื่องขุดมันสำปะหลังแบบไถหัวหมู เครื่องขุด และเก็บมันสำปะหลัง เครื่องตัดต้นมันสำปะหลังแบบติดตั้งหน้ารถแทรกเตอร์ ซึ่งร่วมกับ บริษัท บีทีโอโตพาร์ท เป็นภาคเอกชนที่นำผลงานวิจัย ไปทำการผลิตและจำหน่าย เป็นการพัฒนาและต่อยอดผลการวิจัยข้างต้นให้เป็นต้นแบบ “เครื่องเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังแบบกึ่งอัตโนมัติ”

            การจัดทำเสนอโครงการการพัฒนาและวิจัยที่จะดำเนินการเสนอสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ในการของบประมาณการวิจัย 3 โครงการ ได้แก่ โครงการการพัฒนา IoTs Platfrom สำหรับการผลิตทุเรียนแปลงใหญ่อัจฉริยะ โครงการการพัฒนาแอปพลิเคชันทำนายและตรวจวิเคราะห์ศัตรูพืช (โรคพืช แมลงศัตรูพืช และวัชพืช) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรอัจฉริยะ (เครื่องสาง + ม้วนใบอ้อย) เพื่อแก้ปัญหาการเผาอ้อย และรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ร่วมกับ บริษัท ล็อกซ์เลย์ จำกัด  (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะข้าว ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการหารือประเด็นสนับสนุนการลดภาษีการนำเข้าเครื่องดังกล่าว และการติดตั้งซิมการ์ด การเชื่อมโยง และการเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศของเกษตรกร เพื่อสนับสนุนการทำเกษตรอัจฉริยะ

            3. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-Commerce ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานผลความก้าวหน้าการดำเนินงาน โครงการการขายผลไม้ในประเทศ ด้วยช่องทาง E-Commerce แบบ B2B ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทย, โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ, โปรเจ็ค New Local Hero เป็นโครงการเชิงโครงสร้างที่ลงสู่ระดับเกษตรกรและสามารถขายได้จริง

            4. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานผลความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการส่งเสริมธุรกิจเกษตร โดยจัดงาน Agriproducts X Character Market : ตลาดนัดสินค้าเกษตร x คาแรคเตอร์ ระหว่างวันที่ 18 - 20 พฤศจิกายน 2565 ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับคณะทำงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงเกษตร กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การคัดเลือกคาแรคเตอร์และนำสินค้าเกษตรที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่ปรับใช้คาแรคเตอร์เพื่อเพิ่มมูลค่า และสินค้าชุมชนกว่า 28 พื้นที่ทั่วประเทศ มาจัดแสดงและจำหน่าย ซึ่งยอดจำหน่ายสินค้ากว่า 4.7 หมื่นบาท มี Startup ที่มานำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การสร้าง รูปแบบตลาดใหม่ให้กับชีวิตคนเมือง พร้อมทั้งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสินค้าเกษตร อ.ต.ก. ได้ดำเนินการต่อยอดจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ 2 แนวทาง คือ 1) แจ้งความประสงค์เพื่อนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ (เฉพาะของแห้ง) ฝากขายในร้าน Shop ของ อ.ต.ก. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น 2) การเช่าแผงจำหน่ายสินค้าในตลาด อ.ต.ก. ตามทำเลที่ตั้งในแต่ละจุด ในราคาค่าเช่าที่แตกต่างกันตามความสนใจของผู้ประกอบการ ซึ่งทั้ง 2 แนวทางได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก และแผนกิจกรรมล่าสุดที่ทาง อ.ต.ก. ได้ดำเนินการ คือ การเปิดบูธจำหน่ายสินค้าที่ The Market Bangkok ระหว่างวันที่ 22 – 27 มกราคม 2566 โดยนำผู้ประกอบการ เจ้าของคาแรคเตอร์มาร่วมออกบูทด้วย

            นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารศูนย์ AIC ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

            1) การบริหารการขับเคลื่อนศูนย์ AIC จังหวัดตาก เรื่อง แผนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยศูนย์ฯ ได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อเป็น “ศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรสู่ความยั่งยืน ด้วย BCG Model กำหนดยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนา AIC (พ.ศ. 2566 - 2570) ไว้ 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับจากแหล่งรวบรวมสู่การเป็น แหล่งบ่มเพาะเกษตรกรรมด้วย เทคโนโลยีนวัตกรรม และภูมิปัญญาทาง การเกษตรเชิงสร้างสรรค์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากระบวนการศึกษา วิจัย พัฒนา และรวบรวมเทคโนโลยีนวัตกรรมด้าน การเกษตรเชื่อมโยง BCG Model และ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ผลักดันให้มีการนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เกษตรท่ีเชื่อมโยงโมเดล BCG Model ไป ประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันให้กับภาคเกษตรของจังหวัด

            2) ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) เกษตรอัจฉริยะ เรื่อง ระบบเกษตรอัจฉริยะในการปลูกพืชกัญชง-กัญชา เพื่อการแพทย์ โดยศูนย์ CoE จังหวัดสุพรรณบุรี 

            3) แผนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (พ.ศ. 2566 – 2570)

            4) ผลการดำเนินงานระบบฐานข้อมูลนวัตกรรมของ AIC (AIC Innovation Catalog) ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2565 มีข้อมูลของ Innovation Catalog โดยแบ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็น 11 ประเภท จำนวน 792 เรื่อง ศพก. 91 แห่ง มีการนำไปใช้ประโยชน์ จาก AIC ทั่วประเทศ เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จำนวน 11,315 ราย และการใช้นวัตกรรมขยายลงสู่พื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ใน 11 จังหวัด 14 แปลงใหญ่

            สำหรับการประชุมครั้งที่ 1/2566 มีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ดร.อาณัติชัย รัตตกุล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-Commerce นายสัญชัย รัศมีจีรวิไล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผศ.ดร.ทนงศักดิ์ ยาทะเล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก รศ.ดร. ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ อีกทั้ง ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ภาคการศึกษา ภาคเอกชน หน่วยงานส่วนท้องถิ่น และศูนย์ AIC จากทั่วประเทศ 571 ราย ร่วมประชุม

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง