“รมช.นเรศ” นั่งหัวโต๊ะ หารือมาตรการดูแลเกษตรกรและผลผลิตลำไย ปี 2569 เน้นพัฒนาคุณภาพผลผลิต ส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิตลำไยคุณภาพ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนเกษตรกรสวนลำไย เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting) ว่า ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการลำไย ปี 2569 เพื่อเตรียมมาตรการและแนวทางในการจัดการผลผลิต โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาคุณภาพผลผลิต รวมถึงการส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในทุกมิติ
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการลำไย ปี 2569 จำนวน 3 มาตรการ 5 กิจกรรม ดังนี้ มาตรการที่ 1การป้องกัน ควบคุม กำกับคุณภาพและมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ การจัดการข้อมูล การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและระบบโลจิสติกส์ มาตรการที่ 2 การปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตเพื่อพัฒนามาตรฐาน มี 1 กิจกรรม คือ การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและการเพิ่มมูลค่า และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาดสินค้าผลไม้ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ การบริหารจัดการตลาด และช่องทางการกระจายผลผลิต รวมถึงแผนการเผชิญเหตุเมื่อผลผลิตล้นตลาด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ (ร่าง) โครงการฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูสวนลำไยอายุเกิน 25 ปี ที่ยังมีศักยภาพในการให้ผลผลิต และเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไย โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการบริหารจัดการและผลการเก็บเกี่ยวลำไย ปี 2568 และการคาดการณ์ผลผลิตลำไย ปี 2569 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า สถานการณ์ผลผลิตลำไยทั้งประเทศมีแนวโน้มลดลง โดยปี 2568 มีผลผลิตรวม 1,532,290 ตัน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผลผลิตรวม 1,483,317 ตัน ลดลงร้อยละ 3.20 (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569) เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้การออกดอกไม่สม่ำเสมอ รวมถึงเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น ทุเรียน และยางพารา เนื่องจากมีราคาที่จูงใจ และดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ สศก. ได้คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2569 ผลผลิตลำไยจะออกกระจุกตัว (Peak) ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ผลผลิตในแต่ละช่วงเวลาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการผลผลิต รวมถึงด้านการตลาด และระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ ในส่วนของการเตรียมการด้านการส่งออก ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบยกระดับมาตรการตรวจสอบให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ