กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม ขานรับมาตรการลดการใช้พลังงานของภาครัฐ เร่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว ประหยัดพลังงาน และไม่กระทบต่อการบริการประชาชน ภายหลังคณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และขอให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐดำเนินมาตรการลดใช้พลังงานอย่างเข้มข้น เพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน ควบคู่กับการถือปฏิบัติตามมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งตามความเหมาะสม และการงดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงาน ประชุม สัมมนา หรืออบรม ณ ต่างประเทศ โดยพิจารณาปรับเปลี่ยนเป็นภายในประเทศตามความจำเป็นเหมาะสม
ในการขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว กรมหม่อนไหมได้กำหนดแนวทางปฏิบัติงานของบุคลากรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยจัดสัดส่วนการปฏิบัติงานแบบ Onsite, Online และ Work From Home ให้เหมาะสมกับภารกิจ พร้อมปรับพื้นที่ทำงานส่วนกลางให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศซ้ำซ้อน ตลอดจนส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ชะลอการเดินทางไปราชการต่างประเทศ และรณรงค์ให้ใช้ขนส่งสาธารณะหรือเดินทางร่วมกันเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางประหยัดพลังงานภาครัฐ เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26–27 องศาเซลเซียส การลดการใช้กระดาษ และการส่งเสริมการเดินทางแบบ Car Pool
มาตรการดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานในระดับหน่วยงาน แต่ยังสะท้อนการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ โดยในภาพรวม หากหน่วยงานภาครัฐสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ร้อยละ 5 จะลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าราว 10.58 ล้านบาทต่อเดือน และหากลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ร้อยละ 5 จะประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 3.6 ล้านหน่วยต่อเดือน พร้อมลดการนำเข้า LNG ได้ราว 491 ตันต่อเดือน ดังนั้น การที่กรมหม่อนไหมเร่งปรับรูปแบบการทำงานครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการสนองนโยบายรัฐในระยะเร่งด่วน และการวางระบบการทำงานที่ประหยัดพลังงาน คล่องตัว และยั่งยืนมากขึ้นในระยะต่อไป