เมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 49,481 ล้าน ลบ.ม. (65% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกว่า 16,041 ล้าน ลบ.ม. (64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน มีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 27,666 ล้าน ลบ.ม. (82% จากแผนฯ)
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูแล้งนี้ ให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 รวมทั้งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที ส่วนในพื้นที่นอกเขตชลประทานบางแห่ง ซึ่งอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นหลัก ปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลงตามสภาพฤดูกาล ทั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักรกลต่าง ๆ เข้าไปในพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำได้อย่างเพียงพอ