นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (FAO Regional Conference for Asia and Pacific) ครั้งที่ 38 ณ บรูไนดารุสซาลาม โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบยุทธศาสตร์ FAO ปี 2022–2031 ในการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกท่ามกลางความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค โดยไทยได้ประกาศสนับสนุนลำดับความสำคัญระดับภูมิภาค 4 ประการ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ “การปรับเปลี่ยนสู่การผลิตที่ยั่งยืนและอาหารปลอดภัย” มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและเกษตรดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลผลิตควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง “การเร่งจัดการทรัพยากรและภูมิอากาศ” เสริมสร้างการปรับตัวของเกษตรกรในพื้นที่เปราะบาง และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ “การเปลี่ยนแปลงภาคชนบทอย่างครอบคลุม” ลดความเหลื่อมล้ำโดยการเสริมพลังให้แก่เกษตรกรรายย่อย สตรี และเยาวชน ให้เข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งทุนอย่างเท่าเทียม และ “การสร้างระบบที่ยืดหยุ่นต่อวิกฤต” พัฒนาระบบข้อมูลและการเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อรับมือกับโรคระบาดและความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชูผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการทำงานร่วมกับ FAO โดยเฉพาะโครงการ “เกษตรอัจฉริยะ” (Climate-smart agriculture) และการจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ประเทศไทยได้หยิบยกประเด็น “วิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลก” โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและราคาปุ๋ยเคมี โดยเรียกร้องให้ FAO สนับสนุนทางวิชาการและนโยบายเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการกระจายแหล่งอุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิตเพื่อลดภาระของเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพของระบบอาหารโลกประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ FAO เพื่อร่วมกันสร้างระบบเกษตรและอาหารที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และยั่งยืน เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารให้กับประชากรทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป