1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
รองปลัดกษ. นฤมล ผลักดันความร่วมมือเอฟ เอ โอ รับมือวิกฤตโลก สนับสนุนวาระสำคัญของเอฟ เอ โอ เพื่อส่งเสริมนโยบายเกษตรไทย ในการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38
21 เม.ย. 2569
78
0
รองปลัดกษ.นฤมลผลักดันความร่วมมือเอฟ
รองปลัดกษ. นฤมล ผลักดันความร่วมมือเอฟ เอ โอ รับมือวิกฤตโลก สนับสนุนวาระสำคัญของเอฟ เอ โอ เพื่อส่งเสริมนโยบายเกษตรไทย ในการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38

    นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (FAO Regional Conference for Asia and Pacific) ครั้งที่ 38 ณ บรูไนดารุสซาลาม โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบยุทธศาสตร์ FAO ปี 2022–2031 ในการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกท่ามกลางความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค โดยไทยได้ประกาศสนับสนุนลำดับความสำคัญระดับภูมิภาค 4 ประการ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ “การปรับเปลี่ยนสู่การผลิตที่ยั่งยืนและอาหารปลอดภัย” มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและเกษตรดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลผลิตควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง “การเร่งจัดการทรัพยากรและภูมิอากาศ” เสริมสร้างการปรับตัวของเกษตรกรในพื้นที่เปราะบาง และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ “การเปลี่ยนแปลงภาคชนบทอย่างครอบคลุม” ลดความเหลื่อมล้ำโดยการเสริมพลังให้แก่เกษตรกรรายย่อย สตรี และเยาวชน ให้เข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งทุนอย่างเท่าเทียม และ “การสร้างระบบที่ยืดหยุ่นต่อวิกฤต” พัฒนาระบบข้อมูลและการเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อรับมือกับโรคระบาดและความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

    ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชูผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการทำงานร่วมกับ FAO โดยเฉพาะโครงการ “เกษตรอัจฉริยะ” (Climate-smart agriculture) และการจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    นอกจากนี้ ประเทศไทยได้หยิบยกประเด็น “วิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลก” โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและราคาปุ๋ยเคมี โดยเรียกร้องให้ FAO สนับสนุนทางวิชาการและนโยบายเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการกระจายแหล่งอุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิตเพื่อลดภาระของเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพของระบบอาหารโลกประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ FAO เพื่อร่วมกันสร้างระบบเกษตรและอาหารที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และยั่งยืน เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารให้กับประชากรทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง