นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 เมษายน 2569 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก เจ้าชายอัล-มุห์ตาดี บิลละห์ อิบนี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มกุฎราชกุมารแห่งบรูไนดารุสลาม เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ ซึ่งมีรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและผู้แทนระดับรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมฯ ทั้งสิ้น 40 ประเทศ/องค์กร ณ บรูไนดารุสซาราม
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถ้อยแถลงแสดงถึงจุดยืนและการดำเนินงานเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเน้นย้ำความเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงทางอาหาร คุณภาพชีวิตเกษตรกร และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอวาระสำคัญของประเทศไทย 4 ประเด็น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ 1) ยกระดับระบบเกษตรอาหาร (Agrifood System Transformation) มุ่งสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและโภชนาการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่ดีอย่างทั่วถึง พร้อมปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นต่อวิกฤต 2) เกษตรเท่าทันภูมิอากาศ (Climate-Resilient Agriculture) เร่งเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรกรรมที่พร้อมรับมือความแปรปรวนของสภาพอากาศ ผ่านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและการส่งเสริมแนวปฏิบัติเกษตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3) เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เกษตรกรรายย่อย: สนับสนุนโอกาสทางการตลาด แหล่งเงินทุน และนวัตกรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของประเทศ และ 4) ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Smart Farming) โดยใช้การจัดการฐานข้อมูล (Data-driven Agriculture) เพื่อเพิ่มผลิตผลอย่างแม่นยำและยั่งยืน โดยไทยจะส่งเสริมความร่วมมือและพันธมิตรระดับภูมิภาค FAO, ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ อาทิ WOAH และ IPPC เพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายเหล่านี้และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนให้ FAO เสริมสร้างบทบาทในฐานะศูนย์กลางความรู้และแพลตฟอร์มสำหรับแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีและบทเรียนต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาค และแสดงความพร้อมในการบูรณาการความร่วมมือกับเครือช่ายระดับสากล อาทิ อาเซียน WOAH และ IPPC เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันในระดับภูมิภาค อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคเกษตรและอาหารของไทยต่อไป