เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่อำเภอแม่จันและอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่มสหกรณ์ โดยได้พบปะกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) ณ ตลาดเทศบาลแม่จัน ก่อนเดินทางไปเยือนวิสาหกิจชุมชนทุเรียนนางนอนสันต้นปุย ตำบลห้วยไคร้ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนบนพื้นที่ดอยนางนอนที่เป็น “ดินลาวา” หรือดินภูเขาไฟ ทำให้ผลผลิตมีเอกลักษณ์เนื้อแน่น หอมละมุน และเก็บเกี่ยวได้ช้ากว่าภาคอื่น (ช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค.) ทำให้จำหน่ายได้ราคาดี ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้ขอรับการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อาคารแปรรูป อุปกรณ์ทำทุเรียนฟรีซดราย และการผลักดันอ่างเก็บน้ำแม่แสลบและอ่างเก็บน้ำแม่คำ ซึ่งตนได้แนะนำให้ยกระดับวิสาหกิจชุมชนเป็นสหกรณ์เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมเตรียมเชื่อมโยงกับอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบ One Day Trip ชูจุดขาย “ทุเรียนรักษ์โลก” เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรแม่สาย จำกัด (สาขาศรีเมืองชุม) ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งและมีผลการตรวจสุขภาพทางการเงินอยู่ใน “ระดับสีเขียว” (ปกติ) มีการบริหารจัดการที่โปร่งใสผ่านแอปพลิเคชัน และโดดเด่นด้วยการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 50% จนกลายเป็นต้นแบบด้านพลังงานสะอาด ซึ่งตนได้สนับสนุนให้อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์นำโปรแกรมเฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (CFSAWS:ss) เข้ามาช่วยติดตามความเสี่ยงทางการเงินทุกไตรมาสเพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมรับฟังการเสนอโครงการผันน้ำจากลำน้ำแม่สายผ่านระบบท่อเพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรกว่า 20,000 ไร่ ในตำบลศรีเมืองชุม รวมถึงเดินทางต่อไปดูงานอาคารรับน้ำ RMC.1 บ้านเหมืองแดง เพื่อวางแนวทางบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนด้านการเกษตรในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ยังได้ติดตามความสำเร็จของแปลงใหญ่ข้าวกลุ่มรักถิ่นเกิดเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านสันทรายน้อย ตำบลบ้านด้าย ที่ใช้เทคโนโลยีการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) ร่วมกับการใช้แหนแดง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยทางกลุ่มได้ขอการสนับสนุนเครื่องอบและเครื่องสีข้าวเพื่อการลดการเกิดเมล็ดข้าวเสียหายหรือแตกหักจากการสี และรักษาคุณภาพข้าวไม่ให้เสื่อมสภาพ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะรับไปพิจารณาแผนสนับสนุนต่อไป โอกาสนี้ รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้มอบปัจจัยการผลิต อาทิ ก้อนเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี น้ำหมักชีวภาพ เมล็ดพันธุ์ผัก ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ให้แก่พี่น้องเกษตรกร เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรยุคใหม่ต่อไป