นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนกล่าวสุนทรพจน์งาน Asia Food Safety Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Digitalization, Innovation and Circularity” โดยมี นายทอม แบล็ก ผู้ช่วยปลัดกระทรวง กรมวิชาการเกษตร ประมง และป่าไม้ ประเทศออสเตรเลีย นายมานูเอล มัตติอัต หัวหน้าคณะทำงาน (Chief of Cabinet) องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) นายเฟอร์ซาร์ ฮอเคส์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำสำนักงานขายสากลอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ และนายแมตต์ โควัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Food Industry Asia ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ ณ อิมแพ็ค อารีน่า ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยสะท้อนถึงความท้าทายระบบอาหารในปัจจุบันที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ความผันผวนทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้ความปลอดภัยอาหารไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้นแต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการระบบความปลอดภัยอาหารอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น และสามารถคาดการณ์และป้องกันได้ล่วงหน้า ตลอดจนติดตามแบบเรียลไทม์ผ่านเทคโนโลยี Internet of Things เครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในส่วนของประเทศไทยได้มีการดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างการตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงยกระดับกระบวนการรับรองมาตรฐานบนฐานข้อมูล จึงจำเป็นต้องมีกรอบการกำกับดูแลอย่างเข้มแข็งในการพัฒนาศักยภาพ และการเข้าถึงอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเกษตรและอาหาร “นวัตกรรม” มีความหมายที่กว้างมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี สถาบัน นโยบาย และสังคม จึงจำเป็นต้องส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาแนวทางที่เป็นรูปธรรมและมีฐานทางวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างทักษะให้กำลังแรงงานสามารถปรับตัวต่อระบบอาหารที่มีความซับซ้อนและเป็นดิจิทัลมากขึ้น“แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน” เป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความยั่งยืนควบคู่กับความปลอดภัยอาหาร โดยการลดของเสีย การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และส่งเสริมระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาค ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันระบบอาหารที่ปลอดภัย ยั่งยืน และครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยยึดหลักการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนฐานวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและภาคการค้า พร้อมขับเคลื่อนระบบอาหารแห่งอนาคตให้มีความยืดหยุ่น สามารถรับมือกับความท้าทายของโลกได้อย่างยั่งยืน
“ก้าวต่อไป เราต้องมั่นใจถึงความพยายามของประเทศไทยจะครอบคลุมทุกภาคส่วน ตั้งอยู่บนฐานวิทยาศาสตร์ และมองไปข้างหน้า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลต้องช่วยลดไม่ใช่ขยายช่องว่างที่มีอยู่ นวัตกรรมต้องเข้าถึงได้จริง และเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องสามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้ เหนือสิ่งอื่นใด การดำเนินการร่วมกันของทุกภาคส่วนต้องนำไปสู่ระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต” รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย