1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
รมช.ปิยะรัฐชย์ ชูระบบสหกรณ์คือพลังขับเคลื่อนภาคการเกษตร รับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าในอนาคต
19 มิ.ย. 2569
132
0
รมช.ปิยะรัฐชย์ชูระบบสหกรณ์คือพลังขับเคลื่อนภาคการเกษตร
รมช.ปิยะรัฐชย์ ชูระบบสหกรณ์คือพลังขับเคลื่อนภาคการเกษตร รับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าในอนาคต

         นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมชมรมสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2569 โดยมีนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วม ณ ห้องประดับฟ้า โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรและสถาบันเกษตรกร โดยเฉพาะระบบสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย ในปี 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการ “พัฒนาศักยภาพเกษตรกร” ส่งเสริมการรวมกลุ่มสหกรณ์ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร โดยมุ่งส่งเสริมให้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิต การรวบรวมและแปรรูปสินค้าเกษตร การเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาล การพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและฝ่ายจัดการสหกรณ์ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้สหกรณ์สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง สามารถดูแลสมาชิกได้อย่างทั่วถึง และเป็นที่พึ่งทางเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างแท้จริง

         “ความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้ก้าวหน้า สามารถรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ
สภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันทางการค้าในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร สามารถเป็นที่พึ่งของสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ได้ต่อไป” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว

     สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ด มีสหกรณ์ 5 ประเภท จากทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์บริการ สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน รวมทั้งหมด 91 แห่ง ครอบคลุมทั้งจังหวัด มีสมาชิกรวม 227,594 คน มีปริมาณธุรกิจ 44,069.22 ล้านบาท มีกลุ่มเกษตรกรทั้งหมด 120 แห่ง สมาชิก 15,193 คน ปริมาณธุรกิจรวม 48.02 ล้านบาท โดยมีผลการจัดระดับความเข้มแข็งสหกรณ์ ชั้น 1 จำนวน 27 สหกรณ์ ชั้น 2 จำนวน 15 สหกรณ์ ชั้น 3 จำนวน 47 สหกรณ์ และผลการจัดระดับความเข้มแข็งกลุ่มเกษตรกร ชั้น 2 จำนวน 44 แห่ง ชั้น 3 จำนวน 75 แห่ง

    ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ โดยได้จัดสรรงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนให้กับสหกรณ์ 5 แห่ง จำนวน 7,597,800 บาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็น เช่น ฉาง ลานตาก เครื่องชั่ง รถตัก รถโฟล์คลิฟ เป็นต้น สนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ วงเงิน 236,950,000บาท ให้กับสหกรณ์ 28 แห่ง เพื่อกู้ยืมไปดำเนินโครงการต่างๆ และสนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร วงเงิน 34,960,000 บาท ให้กลุ่มเกษตรกร 46 แห่ง กู้ยืม ไปเป็นทุนในการจัดหาปัจจัยการผลิตมาให้บริการแก่สมาชิก นอกจากนี้ ยังเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านแผนงานโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้สหกรณ์ นำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ไปใช้ในการพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งต่อไป

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง