เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางสาวไปรยา เศวตจินดา ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ เข้าร่วมงานวันชาติรัฐคูเวต และมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีแก่ นายอับดุลโมห์เซน อัลฟาเรส อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตคูเวตประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี วันชาติรัฐคูเวต และวันครบรอบการประกาศอิสรภาพรัฐคูเวต ปีที่ 35 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2568 มูลค่าการค้าระหว่างรัฐคูเวตและประเทศไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มีมูลค่าการค้าโดยรวมทั้งสิ้นสูงถึง 854 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น และตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาในอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาของรัฐคูเวต ภายใต้สโลแกน “คูเวตใหม่ (New Kuwait)” รัฐคูเวตได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุความก้าวหน้าอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับและพลิกโฉมประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินและการค้าในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา รัฐคูเวตมีพัฒนาการทางด้านกฎหมายและเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติในตลาดรัฐคูเวตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 9 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศมากกว่า 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ ร้อยละ 18 จากพื้นฐานดังกล่าว รัฐคูเวตได้เชิญชวนภาคีจากประเทศไทยเข้ามามีส่วนร่วมในวิสัยทัศน์ดังกล่าว และร่วมลงทุนในภาคส่วนที่มีศักยภาพในตลาดรัฐคูเวต ผ่านช่องทางการติดต่อโดยตรง ผ่านสำนักงานส่งเสริมการลงทุนโดยตรงแห่งรัฐคูเวต (Kuwait Direct Investment Promotion Authority หรือ KDIPA)
สำหรับสินค้าเกษตรไทยที่ส่งออกไปยังรัฐคูเวต อาทิ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ปลาสดแช่เย็น น้ำตาลทราย อาหารสัตว์ (animal fodder) ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้กินได้ ถั่ว ผักที่กินได้และพืชมีหัวบางชนิด เป็นต้น