“รองปลัดฯ กฤษ” ติดตามสถานการณ์ผลผลิตเกลือทะเล พร้อมกำหนดแนวทางรักษาเสถียรภาพปริมาณการผลิต และราคา วาง 5 กลยุทธ์ขับเคลื่อนยกระดับ
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือพัฒนาระบบการผลิตและตลาดเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ที่ประชุมได้ติดตามผลการสำรวจความต้องการใช้เกลือทะเลไทยภายใต้แนวคิด “Sea to Government” พบว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และภาคีเครือข่าย มีความต้องการใช้รวม 7,285.21 ตัน ขณะที่การสำรวจระดับจังหวัด โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ครอบคลุม 77 จังหวัด พบว่า 28 จังหวัดมีความต้องการใช้ในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม รวม 3,514.31 ตัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะใช้เป็นฐานบริหารจัดการผลผลิตในช่วงภาวะราคาตกต่ำอย่างเร่งด่วน
สำหรับปีการผลิต 2568/69 คาดการณ์ผลผลิตเกลือทะเลทั้งประเทศ 579,681 ตัน โดยสามารถจำหน่ายผ่านกลไกตลาดปกติ 521,188 ตัน คงเหลือส่วนเกิน 58,493 ตัน และมีปริมาณคงเหลือสุทธิประมาณ 58,370 ตัน จึงจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนมาตรการภายใต้แนวคิด “Sea to Government” เพื่อให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทในการรับซื้อหรือประสานการรับซื้อผลผลิต รวมถึงใช้กลไกบัญชีผู้ค้าสำรอง เพื่อเพิ่มอุปสงค์จากภายนอกพื้นที่ สร้างการแข่งขันทางการตลาด และสนับสนุนให้ราคาปรับตัวสู่ระดับที่เหมาะสม
รองปลัดเกษตรฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมจึงได้พิจารณามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและการกระจายผลผลิตในช่วงวิกฤตราคาตกต่ำ โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก พร้อมมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรปรับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทย ใน 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) บริหารจัดการผลผลิตและราคา 2) จำแนกพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3) ลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ 4) เพิ่มมูลค่าและพัฒนา Salt Tourism/Agri-Tourism และ 5) ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานอย่างชัดเจน และบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แผนปฏิบัติการตอบสนองต่อสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ก่อนเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด โดยมุ่งรักษาเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านกฎหมายและมาตรฐาน และด้านการแก้ไขหนี้สินเกษตรกร โดยมุ่งผลักดันให้เกลือทะเลได้รับการกำหนดสถานะเป็น “เกลือเพื่อการบริโภค” ทางกฎหมาย และกำหนดมาตรฐานที่เอื้อต่อการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเสนอคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยพิจารณาต่อไป