รมช.อามินทร์ กล่าวเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2569 ของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนทุกการดำเนินงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวประมงไทยได้อย่างยั่งยืน
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2569 ของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพ ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยมีสมาชิกทั้งหมด 58 องค์กร ใน 22 จังหวัดชายทะเล ประกอบด้วย สมาคมประมง สหกรณ์การประมง กลุ่มเกษตรกรประมง อีกทั้งยังมีสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย และสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทยเป็นสมาชิกด้วย
สำหรับการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนาการประมงและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวประมง รวมทั้งได้ประสานงานกับองค์กรอิสระต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงถือว่าสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยเป็นจุดศูนย์รวมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคประมงทั้งหมดของประเทศ อีกทั้งยังร่วมเป็นจิตอาสาและดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเลที่จริงจังและต่อเนื่อง อาทิ เป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ให้สมาชิกเรือประมงภายในสังกัดเก็บขยะจากทะเลคืนสู่ฝั่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งชาวประมงมีความตระหนักและร่วมมือร่วมใจกันในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยการปล่อยแม่ปูที่มีไข่นอกกระดองและกั้ง การช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ทะเลหายาก และใกล้สูญพันธุ์ที่ติดอวน ให้รอดชีวิตและปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงการนำน้ำมันเครื่องใช้แล้วในเรือประมงกลับสู่ฝั่ง โดยไม่โยนทิ้งลงทะเล เป็นต้น
ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ผลักดันนโยบายและแผนบริหารจัดการ การประมง พ.ศ. 2566 - 2570 ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมต่าง ๆ รวมถึงตัวแทนชาวประมง และครอบคลุมการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาการประมงในทุกมิติ โดยในปี 2568 ถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม 4 ประการ ประกอบด้วย 1) การผลักดันการผ่านพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เรียบร้อยแล้ว 2) การเร่งรัดการออกกฎหมายลำดับรอง 3) การดำเนินนโยบายการทำประมงยั่งยืน เพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรประมงสมดุลผ่านโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ และ 4) การขับเคลื่อนกลไกทางการตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสัตว์น้ำให้พี่น้องชาวประมงได้ราคาผลผลิตที่คุ้มค่า มีความมั่นคงในเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพต่อไป
"ผมได้หารือกับกรมประมงว่าทุกปัญหาเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงจริง ๆ และคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดูแลกรมประมง จะดำเนินการสานต่อในเรื่องที่กรมประมงดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง พร้อมสนับสนุนทุกการดำเนินงานของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะขับเคลื่อนการดำเนินงานและแก้ไขเป็นหาที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวประมงไทยได้ในอนาคต" นายอามินทร์ กล่าว