นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ เข้าร่วมการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (FAO Regional Conference for Asia and Pacific) ครั้งที่ 38 ในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ซึ่งได้เสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการ โดยที่ประชุมฯ เตรียมนำข้อสรุปเชิงนโยบายเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีในวันที่ 23 - 24 เมษายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมทั่วภูมิภาคต่อไป โดยตลอดสามวันของการประชุมฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ด้านอาหารและการเกษตรในภูมิภาคท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน อาทิ ความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศสมาชิกมีเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนผ่านระบบเกษตรและอาหาร (Agrifood Systems Transformation) ให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม ยั่งยืนมากขึ้น พร้อมทั้งมุ่งเน้นการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แนวทางดังกล่าวนับว่าสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้น “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและรองรับความผันผวนของปัจจัยภายนอก ความท้าทายจากวิกฤตเศรษฐกิจ และความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลเชิงรุกที่แม่นยำและทันเวลา โดยเฉพาะการพัฒนาระบบฐานข้อมูลในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก เพื่อยกระดับการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นย้ำความสำคัญของการใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการเฝ้าระวังความเสี่ยงโดยใช้เครื่องมือ Risk Monitor ที่พัฒนาขึ้นโดย FAO เพื่อรับมือกับความเสี่ยงหลายด้านในเวลาเดียวกัน รวมทั้ง เรียกร้องให้ FAO สนับสนุนสมาชิกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยี เสริมสร้างความร่วมมือแบบ South-South และ Triangular Cooperation
ในโอกาสนี้ ผู้จัดการประชุมฯ ได้จัดให้มีการศึกษาดูงานพื้นที่พัฒนาการเกษตรทุ่งกู่ (Tunk Ku) คือ การเพาะปลูกผักและผลไม้เชิงพาณิชย์ในรูปแบบโรงเรือนในระบบปิดเพื่อทดแทนการนำเข้าพืชมูลค่าสูง ณ บริษัท IAM Food Enterprise การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในเรือนกระจกแบบควบคุมสภาพแวดล้อม ณ ฟาร์ม Nana Agro และการผลิตไม้ประดับมูลค่าสูง เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมพืชสวนและการปรับปรุงภูมิทัศน์ของประเทศ ณ บริษัท K.N. Nursery (B) SDN BHD ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาการเกษตรที่สำคัญของประเทศบรูไนดารุสซาลาม ตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลบรูไนที่มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างภาคการเกษตรและการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างรากฐานความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว รวมทั้งกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ